News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
41

อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกเผชิญความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ทิศทางนโยบายของธนาคารกลาง ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในภาคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI).

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง: จุดชนวนความกังวลด้านพลังงาน

ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างมากในตลาดโลกคือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมีรายงานว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายด้านข่าวกรอง ความมั่นคง ตลอดจนฐานยิงขีปนาวุธและคลังอาวุธ. เหตุการณ์นี้ได้กระตุ้นให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มการผลิตและส่งออกน้ำมันเพื่อเป็นมาตรการฉุกเฉินรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดการหยุดชะงักของอุปทาน. การบินไทยได้ยืนยันว่ายังคงให้บริการได้ตามปกติเนื่องจากไม่มีเส้นทางบินผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ท่าอากาศยานไทย (AOT) รายงานว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลางแล้วกว่า 20 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร 2,000-3,000 คน. ความไม่แน่นอนนี้ทำให้หลายฝ่ายจับตาผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดน้ำมันอย่างใกล้ชิด.

ปริศนาเงินเฟ้อและท่าทีของธนาคารกลาง

แม้จะมีสัญญาณของการชะลอตัวลงบ้าง แต่เงินเฟ้อยังคงเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก โดยเฉพาะดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ที่ลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้. Bloomberg ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% นับตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะทรงตัวที่ 2.8% ในปี 2569. สิ่งนี้ทำให้เส้นทางของธนาคารกลางหลักๆ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ซับซ้อนยิ่งขึ้น.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น. ทางด้าน ECB ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยมองว่านโยบายการเงินอยู่ใน “ตำแหน่งที่ดี” และได้สิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว. เช่นเดียวกับ BOE ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75%. ในภูมิภาคเอเชีย อินโดนีเซียคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากการมาถึงของเดือนรอมฎอน ซึ่งส่งผลให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น.

เทคโนโลยี AI: แรงขับเคลื่อนและการเปลี่ยนผ่าน

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. รายงานจาก CNBC ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์. อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์บางส่วนกลับประสบกับภาวะซบเซา (software stock slump) และนักวิเคราะห์บางรายเริ่มกล่าวถึง “ความเหนื่อยล้าจาก AI” (AI fatigue) โดยมีการตั้งคำถามถึงผู้ชนะที่แท้จริงในตลาด AI. มีการมองเห็นการเปลี่ยนผ่านจากการสร้าง “โค้ด” ไปสู่ “อะตอม” ซึ่งหมายถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่รองรับ AI เช่น ศูนย์ข้อมูล โครงข่ายไฟฟ้า และการใช้โลหะพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น.

ความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน และอนาคตของไต้หวัน

ความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นไต้หวัน หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้เตือนถึงความเป็นไปได้ที่จีนอาจบุกไต้หวันภายในปี 2027. ไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจดิจิทัลโลก เนื่องจากเป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงประมาณ 90-97% ของโลก. หากเกิดความขัดแย้งหรือการปิดล้อมไต้หวัน อาจส่งผลให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ เป็นอัมพาต และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตปี 2008. ทั้งประธานาธิบดีไบเดนและอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ “ดึงชิปกลับบ้าน” แม้จะใช้วิธีการที่แตกต่างกัน โดยไบเดนเน้นการอุดหนุน ขณะที่ทรัมป์เน้นการใช้ภาษีบีบคั้น.

สรุปภาพรวมตลาดโลก

โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นโลกยังคงแสดงความยืดหยุ่น แต่มีการกระจายตัวของผลตอบแทนที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของผู้นำตลาดที่รวดเร็ว. นักวิเคราะห์แนะนำว่านี่เป็นตลาดที่ต้องอาศัยการคัดเลือกหุ้นรายตัว (stock-picker) และการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (sector-rotation) พร้อมคาดการณ์ถึงความผันผวนที่ยังคงอยู่. นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ สินทรัพย์จริง และการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในขั้นต่อไป.

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากทั้งปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจมหภาค และการปฏิวัติทางเทคโนโลยี ข่าวสารและบทวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC และ Reuters จะยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้บริหารในการตัดสินใจเพื่อรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในอนาคต.