News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
47

ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตะวันออกกลางระอุ, ตลาดหุ้นผันผวน, เงินเฟ้อสหรัฐฯ และนโยบายการค้าโลก

สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบทั่วโลก ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น, การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงสัญญาณเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา และนโยบายการค้าที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียง

ตะวันออกกลางระอุ: ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตท่ามกลางปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล

ประเด็นร้อนแรงที่สุดในขณะนี้คือสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากมีรายงานยืนยันการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ภายหลังปฏิบัติการโจมตีทางทหารร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดความตึงเครียดครั้งสำคัญที่สุดในภูมิภาคในรอบหลายทศวรรษ โดยทางการอิหร่านได้ประกาศล้างแค้นและเตือนถึงความไม่มั่นคงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้แถลงผ่านโทรทัศน์ว่า อิหร่านพร้อมทำสงครามยืดเยื้อและจะนำขีปนาวุธลับที่ทรงพลังที่สุด รวมถึงเทคโนโลยีที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ออกมาใช้หากสงครามยังดำเนินต่อไป

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากการคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น และส่งเสริมให้ชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นโค่นล้มระบอบการปกครองปัจจุบัน การโจมตีรัฐอ่าวอาหรับด้วยขีปนาวุธของอิหร่านยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สงครามจะลุกลามข้ามพรมแดน ซึ่งอาจทำให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคต้องเพิ่มการสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและทองคำ

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ประมาณ 72.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุ 66 ดอลลาร์ สถานการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลก และอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งทางเรือบางส่วน ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคา นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางรายยังประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ “ระเบียบโลกใหม่” และมีความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้

ในส่วนของตลาดทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ได้เห็นการปรับฐานหลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นติดต่อกันสี่วัน นักลงทุนบางส่วนได้ขายทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวของทองคำยังคงเป็นบวก เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ยังคงอยู่

เศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงิน

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สำหรับความต้องการขั้นสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูล CPI ล่าสุดสำหรับเดือนมกราคมแสดงให้เห็นว่าเพิ่มขึ้น 6.4% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเป็นปัจจัยที่สนับสนุนแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจนโยบายการเงินของ Fed

ตลาดหุ้นเอเชียและนโยบายการค้าโลก

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่ผสมผสานกัน ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดตัวลง โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของดัชนี Nasdaq ของวอลล์สตรีท นักลงทุนได้เทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแม้ว่าบริษัท Nvidia จะประกาศผลประกอบการที่สูงกว่าคาดการณ์ก็ตาม ตรงกันข้ามกับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่งปิดบวก โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ และผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อธุรกิจซอฟต์แวร์

ในส่วนของนโยบายการค้า สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาระงับกระบวนการอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการเก็บภาษีของวอชิงตัน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีทั่วโลก 15% หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยคัดค้านการใช้อำนาจฉุกเฉินในการกำหนดภาษี นโยบายนี้สร้างความสับสนและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการค้ากับประเทศคู่ค้าหลายราย

ความก้าวหน้าและความท้าทายด้านเทคโนโลยี

ด้านเทคโนโลยี OpenAI บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ได้ระดมทุนได้ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 7.3 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งให้หน่วยงานของรัฐหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ของ Anthropic PBC ขณะที่บริษัท AI ของจีนคาดว่าจะใช้จ่าย 9 หมื่นล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2568-2570 ในด้าน AI

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างมาก ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและตลาดการเงิน ไปจนถึงนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศของมหาอำนาจ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป.