News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
44

อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ตะวันออกกลางระอุ เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาระอุอีกครั้ง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางชั้นนำ และความท้าทายที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญอยู่ รายงานล่าสุดจากสำนักข่าว Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รวบรวมประเด็นเด่นที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด

ตะวันออกกลางเดือด: ความขัดแย้งอิหร่านพุ่ง ดันราคาน้ำมันพุ่งสูง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน และการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธของอิหร่านข้ามอ่าวเปอร์เซีย เหตุการณ์นี้ได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งว่าจะส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันทั่วโลกถึง 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้นทันที 10% แตะระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์

ในประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจากความขัดแย้งในอิหร่าน พร้อมทั้งเตรียมแผนอพยพคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าประเทศไทยจะต้องวางตัวเป็นกลางมากที่สุดท่ามกลางความขัดแย้งนี้

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า อย่างไรก็ตาม บางหน่วยงาน เช่น SCB EIC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี

ในส่วนของฮ่องกง รัฐมนตรีคลังฮ่องกงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจฮ่องกงจะขยายตัว 2.5-3.5% ในปีนี้ โดยเร่งฟื้นฟูฐานะการคลังและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย นโยบายการเงินเข้าพยุง

สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ก็ส่งสัญญาณว่าวงจรการผ่อนคลายทางการเงินอาจใกล้สิ้นสุดลงในไม่ช้า หากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีโมเมนตัมที่เพียงพอ ธปท. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1%-3% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ซึ่งช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ความกังวลยังคงมีอยู่เกี่ยวกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพ กำลังซื้อที่อ่อนแอ หนี้ครัวเรือนที่สูง และภาวะการเงินที่ตึงตัว ผู้ว่าการ ธปท. ตั้งเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2569 ไว้ที่ 2.7% โดยอาศัยการผสมผสานนโยบายการคลังและการเงิน รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการขยายตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 1.9%

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก The Japan Times ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างและอาจเสี่ยงต่อการเป็นผู้ตามหลังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวที่ลดลง (จากเหตุการณ์ความไม่สงบและการปะทะตามแนวชายแดน) ความท้าทายต่ออุตสาหกรรมยานยนต์จากการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจีนราคาถูก และปัญหาประชากรสูงวัยและจำนวนประชากรที่ลดลง

ประเด็นการค้าโลกและเทคโนโลยี AI

ในด้านการค้า นโยบายภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในอัตรา 15% (อ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122) ได้สร้างความไม่แน่นอนทางการค้าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่ทรัมป์เคยกําหนดไว้ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้

นอกจากนี้ Bloomberg ยังรายงานว่ารัสเซียกำลังใช้ประเทศไทยเป็น “ช่องทางลับขนาดใหญ่” ในการลักลอบนำเข้าโดรนจากจีน โดยพบว่ามีการนำเข้าโดรนจากจีนมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีการส่งออกต่อไปยังรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตาในด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้า

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ในระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์