News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
43

ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนักจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและข่าวใหญ่ภาคธุรกิจ

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง รวมถึงข่าวสำคัญจากภาคธุรกิจและการลงทุนที่สำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานออกมาอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเขย่าตลาดโลก

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศและทางทะเล โดยมีเป้าหมายที่กระทรวงหลายแห่งในกรุงเตหะราน และนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดทางศาสนาของอิหร่าน Ayatollah Ali Khamenei

ผลพวงจากการโจมตีครั้งนี้ทำให้เกิดความตึงเครียดไปทั่วภูมิภาค โดยมีรายงานการระเบิดหลายครั้งในเมืองสำคัญของตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ โดฮา และมานามา เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าว Reuters รายงานว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่รัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ท่าเรือ Jebel Ali และโรงแรม Burj Al Arab ในดูไบได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการปะทะกันอย่างต่อเนื่องระหว่างกองกำลังอัฟกานิสถานและปากีสถานในกรุงคาบูล ซึ่งเข้าสู่วันที่สี่แล้ว

สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยราคาน้ำมันและทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่ไม่แน่นอนและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าตลาดโลกอาจยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างมากหากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาทองคำ Spot อยู่ที่ประมาณ 5,180.73 – 5,181.64 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ข่าวใหญ่ภาคธุรกิจและการลงทุน

ในด้านข่าวธุรกิจ บริษัท SpaceX ของ Elon Musk กำลังเตรียมยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO) แบบลับๆ ในเดือนมีนาคม 2569 นี้ โดยคาดการณ์มูลค่าบริษัทอาจสูงกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นการเสนอขาย IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในเดือนมิถุนายน ก่อนหน้านี้ SpaceX ได้เข้าซื้อกิจการ xAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของ Musk เองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าของกิจการรวมอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ตรงกันข้ามกับข่าวดีของ SpaceX ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนอย่าง BYD กลับเผชิญกับยอดขายทั่วโลกที่ลดลงมากที่สุดในรอบ 6 ปี โดยยอดขายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลงถึง 41.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่หกแล้ว

นอกจากนี้ ตลาดการลงทุนยังคงให้ความสนใจกับทิศทางของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าเฟสต่อไปของ AI จะเปลี่ยนจาก “รหัสสู่สสาร” (code to atoms) ซึ่งหมายถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้า การใช้พลังงานไฟฟ้า และวัสดุพื้นฐานอย่างทองแดงและโลหะพื้นฐานอื่นๆ การกระจายความเสี่ยงการลงทุนออกจากหุ้นกลุ่ม Mega-cap ของสหรัฐฯ และหันไปมองตลาดอย่างละตินอเมริกาและสินทรัพย์ดิจิทัลเช่น Ethereum ก็เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจ

ในส่วนของนโยบายการค้า ศาลฎีกาของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกนโยบายภาษี “ตอบโต้” ทั่วโลกของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงไม่ชัดเจนและคาดว่าจะนำไปสู่การดำเนินคดีที่ยืดเยื้อ

ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลก แม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่จากปลายปี 2565 และต้นปี 2566 จะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงในปี 2569 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่ผลสำรวจของ Bloomberg กลับพบว่า 71% ของผู้จัดการกองทุนยังคงเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวในปีนี้

ในส่วนของประเทศไทย ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 1.6% ในปี 2569 ซึ่งชะลอตัวลงจากการค้าโลกที่ชะลอและหนี้ครัวเรือนที่สูง ก่อนจะฟื้นตัวเป็น 2.2% ในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2569 มีการขยายตัวดีขึ้นตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่สนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยว

โดยสรุปแล้ว ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 นี้ ตลาดโลกยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์และบรรยากาศการลงทุน ขณะเดียวกัน ข่าวใหญ่จากภาคธุรกิจและการปรับตัวของแนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีและสินทรัพย์ต่างๆ ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.