นิวยอร์ก/เวลลิงตัน – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อภาคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสัญญาณบวกจากการอัปเดตข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ขณะเดียวกัน นโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ก็เริ่มแสดงความแตกต่างอย่างชัดเจนขึ้น
ในตลาดวอลล์สตรีท ดัชนีหลักปิดตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงสัปดาห์ก่อนวันหยุดขอบคุณพระเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งขึ้นถึง 2.7% และดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานก็ปรับเพิ่มขึ้น 1.6% ในขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.4% หรือประมาณ 200 จุด แนวโน้มขาขึ้นนี้ยังคงดำเนินต่อไป โดยในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ดัชนีหลักทั้งสามยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดย Dow Jones เพิ่มขึ้นอีก 315 จุด
แรงขับเคลื่อนจาก AI และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นักลงทุนกำลังจับตาดูสัญญาณเกี่ยวกับผลกำไรของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการอัปเดตข้อมูลเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นในกลุ่มที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนในภาค AI ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นของตลาด นักวิเคราะห์จาก Barclays ซึ่งถูกอ้างถึงในรายงานข่าว ระบุว่า “AI กำลังขับเคลื่อนการเติบโตของโลก โดยชดเชยปัจจัยลบที่เกี่ยวข้องกับการค้า” และคาดว่า AI จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักต่อไป
ความเชื่อมั่นของตลาดไม่ได้มาจากภาคเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความหวังต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง แม้ว่าในเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ จะสิ้นสุดการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามไปแล้ว แต่การจับตาดูว่าการลงทุนขนาดใหญ่ใน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ทางธุรกิจหรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
นโยบายการเงินที่แตกต่าง: RBNZ ลดดอกเบี้ย 25 bps
ในขณะที่ธนาคารกลางหลักของโลกอย่างธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังคงประเมินเสถียรภาพทางการเงินและอัตราเงินเฟ้ออย่างระมัดระวัง ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ได้สร้างความแตกต่างด้วยการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Official Cash Rate – OCR) ลง 25 จุดพื้นฐาน (bps) สู่ระดับ 2.25% ในเดือนพฤศจิกายน 2568
การตัดสินใจของ RBNZ ในครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและรับมือกับอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเก้าปีที่ 5.3% รายงานระบุว่า RBNZ ได้ส่งสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดทั้งปี 2568 หลังจากการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
รายงานจาก CNBC ชี้ว่า แม้ว่าการลดดอกเบี้ยจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนครัวเรือน แต่เงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า RBNZ อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% ในระยะนี้ เพื่อรอดูผลกระทบของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล่าช้าออกไป
โดยสรุป รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนภาพรวมของตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 ที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นต่อการเติบโตทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ แต่ก็มีความซับซ้อนจากนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางที่เริ่มเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป


















