สรุปข่าวเด่นเศรษฐกิจโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters
เผยแพร่: 28 พฤศจิกายน 2568
ตลาดโลกคึกคัก! รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ‘ชะลอตัว’ หนุนวอลล์สตรีททำสถิติสูงสุดใหม่
(กรุงเทพฯ) รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานตรงกันถึงบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาคึกคักอีกครั้งในตลาดการเงินโลก หลังจากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐอเมริกาประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่แสดงสัญญาณการชะลอตัวของแรงกดดันด้านราคาอย่างชัดเจน
ข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญสุดท้ายก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนธันวาคม และได้ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Wall Street พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่นักลงทุนกลับมาคาดหวังว่า Fed อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในเร็ววันนี้
รายละเอียดเงินเฟ้อสหรัฐฯ: Core Inflation ผ่อนคลาย
ตามรายงานของ Bloomberg และ Reuters ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง ได้ผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ตลาดมองว่าแรงกดดันด้านราคาโดยรวมถูกควบคุมได้ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่รายงานว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อ 12 เดือนข้างหน้าของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเริ่มลดลง
ผลลัพธ์ที่สำคัญคือ การตีความของตลาดที่เชื่อว่า Fed มีช่องว่างในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ตลาดแรงงานยังคงแสดงความอ่อนตัวอยู่บ้าง
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน: หุ้นพุ่ง-ดอลลาร์อ่อนค่า
CNBC รายงานว่า ปฏิกิริยาของตลาดต่อข่าวเงินเฟ้อนี้เป็นไปในทิศทางบวกอย่างชัดเจน:
- ตลาดหุ้น: ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นผู้นำการฟื้นตัวของตลาดโลก.
- ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้น
- ค่าเงินดอลลาร์: ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ทั่วโลก เนื่องจากความคาดหวังว่า Fed จะไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
จับตา Fed และตลาดพลังงาน
นอกเหนือจากประเด็นเงินเฟ้อแล้ว นักวิเคราะห์จาก Bloomberg และ Reuters ยังคงให้ความสำคัญกับการคาดการณ์ทิศทางของอัตราดอกเบี้ย Fed โดยมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่า Fed จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย 25 Basis Points (bps) ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 หรือไม่ เจ้าหน้าที่ Fed ที่มีอิทธิพลบางรายได้ออกมาจุดประกายความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนหน้า ซึ่งเป็นการตอบโต้สัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงการคงอัตราดอกเบี้ย
ในส่วนของตลาดพลังงาน CNBC และ Reuters ได้รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดจากการประชุมของกลุ่ม OPEC+ ซึ่งมีมติให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนพฤศจิกายน 2568 ในปริมาณที่น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยเพิ่มขึ้นเพียง 137,000 บาร์เรลต่อวัน การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ โดยประเทศสมาชิกหลัก 8 ประเทศ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย มีกำหนดการประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เพื่อพิจารณานโยบายการผลิตต่อไป
โดยสรุปแล้ว ข่าวสารจากสำนักข่าวชั้นนำทั้งสามแห่งชี้ให้เห็นว่า ตลาดโลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายปีที่เต็มไปด้วยความคาดหวังเชิงบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed ในที่สุด ขณะที่ตลาดพลังงานยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่นักลงทุนทั่วโลกต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลอ้างอิงและวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC และ Reuters


















