News update from Bloomberg, CNBC, Reuters
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในต้นปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะตลาดในเอเชียที่คาดหวังการไหลเข้าของเงินทุน
ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ย แต่เปิดประตูสู่การปรับลด
รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้ประมวลสถานการณ์ล่าสุดภายหลังการประชุมครั้งสำคัญของ FOMC โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ $5.25\%-5.50\%$ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ. การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดคือ “Dot Plot” หรือประมาณการอัตราดอกเบี้ยของกรรมการเฟดรายบุคคล ที่แสดงให้เห็นว่ากรรมการส่วนใหญ่เริ่มมองเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย $75$ Basis Points ในปี $2026$ ซึ่งเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เล็กน้อย
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า เฟดยังคงต้องเฝ้าระวังตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคง “เหนียวแน่น” (Sticky Inflation) โดยเฉพาะในภาคบริการ แต่ก็ยอมรับว่าตลาดแรงงานได้เริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟดมี “ความยืดหยุ่น” ในการพิจารณานโยบายในระยะต่อไป
ตลาดวอลล์สตรีทและพันธบัตรตอบรับเชิงบวก
ทันทีที่มีการเผยแพร่แถลงการณ์ของ FOMC ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ตอบรับในเชิงบวกอย่างรุนแรง โดยดัชนี S&P $500$ ปิดตลาดบวกขึ้น $1.2\%$ และดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวขึ้นถึง $1.8\%$ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าการสิ้นสุดวงจรขึ้นดอกเบี้ยได้มาถึงแล้ว และการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจและผลกำไรของบริษัท. ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ $10$ ปี ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญกว่า $10$ Basis Points สู่ระดับ $4.35\%$ สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดว่าต้นทุนทางการเงินในระยะยาวจะเริ่มลดลง
ตลาดเอเชียรับอานิสงส์ คาดหวังเงินทุนไหลเข้า
ผลจากการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายของเฟดได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังตลาดการเงินในเอเชียในวันถัดมา รายงานของ Reuters และ CNBC ชี้ว่า ดัชนีหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี Nikkei $225$ ของญี่ปุ่นบวก $0.9\%$ และดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น $1.1\%$ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ก็ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
นักวิเคราะห์จาก Manulife Investment Management ให้ความเห็นว่า การที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตจะช่วยหนุนให้ความเสี่ยงต่อตลาดโดยรวมลดลง (Improved Risk Appetite) และเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้เงินทุนเคลื่อนย้ายกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอีกครั้ง. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในเอเชียที่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อที่สามารถควบคุมได้ดีกว่า จะได้รับผลประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินทุน (Capital Inflows) ที่แสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ได้เตือนผ่าน Bloomberg ว่า แม้สัญญาณจากเฟดจะเป็นไปในเชิงบวก แต่ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่อาจทำให้แผนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดต้องล่าช้าออกไปได้ ดังนั้น นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิดต่อไป
















