ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย ดันหุ้นเทคโนโลยีพุ่งแรง

0
15






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย ดันหุ้นเทคโนโลยีพุ่งแรง


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย ดันหุ้นเทคโนโลยีพุ่งแรง

สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้พร้อมใจกันรายงานถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดการเงินโลก โดยมีจุดร่วมสำคัญอยู่ที่สัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ซึ่งส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ ‘Risk-On’ ทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ทะยานขึ้นอย่างโดดเด่นอีกครั้ง

รายงานวิเคราะห์ระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาอย่างเต็มที่ ภายหลังจากการเปิดเผยรายงานการประชุมล่าสุดของ Fed ที่ชี้ให้เห็นถึงการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรอบคอบ แต่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งแตกต่างจากความกังวลในช่วงก่อนหน้า

Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลาย: ตลาดคาดการณ์ลดดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปี 2569

ตามการวิเคราะห์ของ Reuters และ Bloomberg นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทต่างคาดการณ์ว่า Fed จะเริ่มกระบวนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากระดับปัจจุบันที่ 3.50% – 3.75% เพื่อให้กลับเข้าสู่ระดับที่ใกล้เคียง 3% ภายในสิ้นปี 2569

การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อ (Inflation) โดยเฉพาะในส่วนของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่เริ่มเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของ Fed มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักวิเคราะห์เรียกว่า ‘Soft Landing’

CNBC ชี้ว่า ความเชื่อมั่นใน Soft Landing นี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนกล้าที่จะกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหุ้นที่มีการเติบโตสูง (Growth Stocks) ซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

บิ๊กเทคและ AI ทะยาน: การเติบโตของกำไรต่อหุ้นที่แข็งแกร่ง

ผลพวงจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงได้ส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า หุ้นของบริษัทที่เป็นผู้นำด้านชิป AI รายหนึ่งได้พุ่งขึ้นทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง จากความต้องการชิปประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำที่ถูกอ้างถึงในรายงานของ CNBC คาดการณ์ว่า กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share – EPS) ของกลุ่มเทคโนโลยีจะมีการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากในปี 2569 โดยมีตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของ EPS อยู่ที่ประมาณ 5.8% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าภาคส่วนอื่น ๆ อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม Reuters ได้ให้มุมมองอย่างระมัดระวัง โดยเตือนว่า การคาดการณ์ที่สูงลิ่วนี้อาจนำมาซึ่งความผันผวน หากผลประกอบการจริงของบริษัทเทคโนโลยีไม่สามารถทำได้ตามความคาดหวังของตลาด ซึ่งนักลงทุนจะต้องติดตามรายงานผลประกอบการที่จะเริ่มทยอยออกมาอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบต่อตลาดเอเชียและดัชนี SET

สัญญาณเชิงบวกจาก Fed และการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ส่งผลดีต่อตลาดทุนในเอเชียและประเทศไทยด้วยเช่นกัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดโลก โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับการส่งออกและเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทก็มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มแคบลงระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า

สรุปและแนวโน้ม: ปีแห่งความหวังและความระมัดระวัง

โดยสรุป รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างเน้นย้ำว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความหวังอย่างสูงจากการที่ Fed มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาดกระทิง (Bull Market) ในกลุ่มเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยง

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำให้นักลงทุนติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเร็วและจำนวนครั้งของการลดดอกเบี้ยของ Fed เนื่องจากความผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าสูงตามความคาดหวังของ AI

อ้างอิงข้อมูลและการวิเคราะห์จาก: Bloomberg, CNBC, Reuters และบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำ (ข้อมูลวันที่ 7 มกราคม 2569)

อ้างอิง: [1] thaicardonline.com, [2] ishares.com, [3] investing.com, [4] goldmansachs.com, [5] nasdaq.com, [6] simplywall.st, [7] youtube.com (Jim Cramer), [8] ajg.com, [9] 1919ic.com, [10] schwab.com