ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เกาะติดสถานการณ์เศรษฐกิจโลก, ภูมิรัฐศาสตร์, และเทคโนโลยี AI
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้น.
นโยบายการค้าสหรัฐฯ และแรงสั่นสะเทือนทางการค้าโลก
ประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเคลื่อนไหวของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยสำหรับสินค้าจากหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และบราซิล ลดลงชั่วคราว. อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง. การเปลี่ยนแปลงนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์ในศาลสูงสุดนับตั้งแต่กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อ 13 เดือนที่แล้ว. ในขณะที่จีนได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการทางการค้าฝ่ายเดียว. สถานการณ์เหล่านี้ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องกระจายห่วงโซ่อุปทานและพิจารณากลยุทธ์การจัดหาในประเทศใกล้เคียงเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยนการไหลเวียนของการค้าทั่วโลก. นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้กำหนดภาษีนำเข้าเบื้องต้นสำหรับผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์จากอินเดียที่ 126%.
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อของธนาคารกลาง
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย. ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น. Bloomberg ชี้ว่า แม้จะมีสัญญาณของการชะลอตัวลงบ้าง แต่เงินเฟ้อยังคงเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้กำหนดนโยบาย โดยเงินเฟ้อพื้นฐานทั่วโลกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% นับตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะทรงตัวที่ 2.8% ในปี 2569. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ก็ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เช่นกัน โดยพยายามรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ.
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: อิหร่านและไต้หวัน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความกังวล โดยมีรายงานว่าอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงซื้อขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือจากจีน. สหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบไปใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งเป็นการเสริมกำลังทหารในภูมิภาคที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่การบุกอิรักในปี 2546. ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณาการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์. การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจัดขึ้นที่เจนีวา. นอกจากนี้ CNBC ยังรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว. ความตึงเครียดเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนอย่างมาก.
ในอีกด้านหนึ่ง ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันก็เพิ่มสูงขึ้น รายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ชี้ว่าจีนอาจพร้อมที่จะบุกไต้หวันภายในปี 2027. ไต้หวันผลิตชิปขั้นสูงคิดเป็นประมาณ 90-97% ของโลก. หากเกิดความขัดแย้งทางทหารหรือการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ จะ “เป็นอัมพาต” ทันที และความเสียหายนี้อาจรุนแรงกว่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 หลายเท่า.
การลงทุนใน AI และอนาคตเทคโนโลยี
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก. รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์. อย่างไรก็ตาม ก็มีความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนใน AI ที่รวดเร็วเกินไป โดยบางส่วนมองว่าอาจเกิดภาวะฟองสบู่ได้. แม้จะมีข้อสงสัย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงเชื่อว่า AI จะปฏิวัติชีวิตของเราในอนาคต. นอกจากนี้ OpenAI ได้ประกาศข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการปรับใช้เทคโนโลยีบนเครือข่ายลับของกระทรวงฯ ซึ่งรวมถึงมาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับการใช้งาน.
การปรับโครงสร้างองค์กรของ CNBC
ในส่วนของข่าวองค์กร CNBC กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างห้องข่าวครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลให้มีการลดตำแหน่งงานประมาณหนึ่งโหล รวมถึง Jeff McCracken บรรณาธิการบริหารของเว็บไซต์. การยกเครื่องครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นภายใต้ David Cho บรรณาธิการบริหาร และ CNBC กำลังเตรียมที่จะเปิดตัวระบบ Paywall สำหรับเว็บไซต์ของตนด้วย.
โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับคลื่นลมแห่งความไม่แน่นอนจากหลายทิศทาง ทั้งนโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลง เงินเฟ้อที่ยังคงเป็นแรงกดดัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจบานปลาย และการปฏิวัติทางเทคโนโลยี AI ที่มาพร้อมทั้งโอกาสและความท้าทาย นักลงทุนจึงยังคงต้องเฝ้าระวังและปรับกลยุทธ์อย่างใกล้ชิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.


















