News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
41

กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยประเด็นหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของตลาดการเงิน นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง

ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและนโยบายภาษีสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ประสบภาวะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ และสร้างความกังวลต่อนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัชนีหลักอย่าง Dow Jones Industrial Average, S&P 500 และ Nasdaq Composite ต่างปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับลดลงเช่นกัน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ธนาคาร UBS ได้ปรับลดมุมมองต่อหุ้นสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ระดับมูลค่าหุ้นที่สูงกว่าตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ และความไม่แน่นอนจากนโยบายของทรัมป์ ตรงกันข้ามกับตลาดสหรัฐฯ ดัชนี MSCI World ex-US ซึ่งสะท้อนผลตอบแทนของตลาดหุ้นโลกที่ไม่รวมสหรัฐฯ กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8% ตั้งแต่ต้นปี

ในฝั่งยุโรป ตลาดหุ้นเปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้า 15% ทั่วโลกที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการค้าทั่วโลก ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรปโดยรวมปรับตัวลง รวมถึงดัชนี DAX ของเยอรมนีและ CAC 40 ของฝรั่งเศส แม้ว่าดัชนี FTSE MIB ของอิตาลีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศแผนภาษีศุลกากรชุดใหม่ และคำตัดสินของศาลฎีกาที่จำกัดอำนาจฉุกเฉินในการกำหนดภาษีของเขา ทำให้สกุลเงินอย่างฟรังก์สวิส เงินเยน และยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ UBS คาดการณ์ว่าเงินยูโรอาจแข็งค่าขึ้นแตะระดับประมาณ 1.22 ดอลลาร์ต่อยูโรภายในสิ้นไตรมาสแรกของปี 2569

นโยบายการค้าของทรัมป์สร้างความไม่แน่นอน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศแผนการเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจในการใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรแบบ “ตอบโต้” การเคลื่อนไหวนี้ได้จุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ สหภาพยุโรปได้ประกาศชะลอกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าที่เคยลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว โดยต้องการความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนภาษีของวอชิงตัน

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเยอรมนียังคงเผชิญภาวะซบเซาและดิ้นรนเพื่อฟื้นตัวจากวิกฤตที่ทำให้ผลผลิตหดตัวมานานถึงสองปี โดยมีปัญหาเชิงโครงสร้างและได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยในปี 2569 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ 0.2%

ความก้าวหน้าและความท้าทายของ AI

ในภาคเทคโนโลยี ความสนใจในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง บริษัท OpenAI ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมี Amazon, NVIDIA และ SoftBank ร่วมลงทุน NVIDIA ได้รายงานผลประกอบการและแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดย Jensen Huang ซีอีโอของบริษัท ได้กล่าวถึงความต้องการ AI ที่แข็งแกร่งและหลากหลายในอุตสาหกรรมต่างๆ Dell คาดการณ์ว่ารายได้จากเซิร์ฟเวอร์ AI จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2570

อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามาของ AI ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานก็ยังคงมีอยู่ เช่นกรณีการปรับลดจำนวนพนักงานของ Block ที่สร้างความตื่นตระหนกในตลาด นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประกาศให้ Anthropic PBC เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นที่จับตา

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เกิดเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างกองกำลังอัฟกานิสถานและปากีสถานต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ในกรุงคาบูล โดยมีรายงานเสียงระเบิดและเสียงปืน

ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก มีรายงานการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความยินดีกับการโจมตีดังกล่าว และเตือนว่าการโจมตีจะยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ ยังมีรายงานการระเบิดในดูไบและอาบูดาบี โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สกัดกั้นขีปนาวุธจากอิหร่าน เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีของอิหร่านในภูมิภาค และเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารที่ไร้การเลือกเป้าหมาย ขณะที่เกาหลีเหนือได้ประณามการกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย”

ความขัดแย้งนี้ได้สร้างความกังวลต่อราคาน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานยังไม่สนับสนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง เว้นแต่จะมีการจำกัดการไหลของน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังดำเนินการ “กิจกรรมพิเศษ” ณ สถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สำนักข่าว Reuters ยังรายงานข่าวจากนครวาติกันว่า มีการพบพระคาร์ดินัลรายหนึ่งพกโทรศัพท์มือถือระหว่างการประชุมลับเพื่อเลือกตั้งสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่

ในส่วนของ CNBC เอง ก็กำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างห้องข่าว โดยจะรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานประมาณ 12 คน และกำลังเตรียมเปิดตัวบริการกำแพงค่าสมาชิก (paywall) สำหรับเว็บไซต์ของตน