สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวน จับตานโยบายแบงก์ชาติ-ภูมิรัฐศาสตร์

0
27






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวน จับตานโยบายแบงก์ชาติ-ภูมิรัฐศาสตร์


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวน จับตานโยบายแบงก์ชาติ-ภูมิรัฐศาสตร์

วันที่ 1 มีนาคม 2569

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้น.

นโยบายการเงินโลกและปริศนาเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาด โดยอาจอยู่ที่ประมาณ 2.75% ภายในสิ้นปี 2569 แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนจากแรงกดดันทางการเมืองและคดีความที่อาจสั่นคลอนความเป็นอิสระของ Fed นายทอม บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาริชมอนด์ กล่าวว่าการลดอัตราดอกเบี้ยในปีที่แล้วได้ช่วยสนับสนุนตลาดแรงงาน ในขณะที่ธนาคารกลางยังคงพยายามลดอัตราเงินเฟ้อให้ถึงเป้าหมายที่ 2%

ในทางกลับกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ โดยมองว่านโยบายการเงินอยู่ใน “ตำแหน่งที่ดี” และได้สิ้นสุดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ก็คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในเดือนเดียวกัน แม้จะมีกรรมการบางท่านลงคะแนนให้ลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม

สำหรับภูมิภาคเอเชีย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 1.25% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยมติเอกฉันท์ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังชะลอตัว โดย ธปท. ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ลงเหลือ 1.5% จากประมาณการก่อนหน้าที่ 1.6% ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง การแข็งค่าของเงินบาท และภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ

ในภาพรวม เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นข้อกังวลหลัก โดยทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3% ทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะทรงตัวที่ 2.8% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยคาดว่าเงินเฟ้อหลักในสหรัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นเป็น 3.2% ในขณะที่ยูโรโซนและสหราชอาณาจักรคาดว่าจะชะลอตัวลง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 ในขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์การเติบโตที่แข็งแกร่งที่ 2.8% ในปี 2569 โดยภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี

สงครามการค้าและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์

ประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเคลื่อนไหวของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยสำหรับสินค้าจากหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และบราซิล ลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อผู้ผลิตและเรือขนส่งน้ำมันของรัสเซียไปยังจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้อาจต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกามากขึ้น ทำให้แนวโน้มราคาและต้นทุนในการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้นกว่า 3% เนื่องจากพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมันจากชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ ล่าสุดในวันที่ 1 มีนาคม 2569 ยังมีรายงานข่าวว่าอิหร่านประกาศ “แก้แค้น” และเกิดเหตุระเบิดในหลายจุดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดและส่งผลต่อตลาดพลังงานเพิ่มเติม

การปฏิวัติ AI และอนาคตเทคโนโลยี

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ AI ก็มาพร้อมกับความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการจ้างงานในยุค AI ซึ่งมีรายงานว่าบริษัท Block Inc. ได้ประกาศลดกำลังพลลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดหยุดใช้เทคโนโลยีของ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนา AI

โดยสรุปแล้ว ตลาดการเงินโลกยังคงอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักที่เริ่มแตกต่างกัน แรงกดดันจากนโยบายการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ที่กำลังพลิกโฉมเศรษฐกิจโลก.