ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งทำสถิติใหม่ รับสัญญาณ “เฟด” จ่อหั่นดอกเบี้ย

0
101






ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งทำสถิติใหม่ รับสัญญาณ “เฟด” จ่อหั่นดอกเบี้ย


ข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งทำสถิติใหม่ รับสัญญาณ “เฟด” จ่อหั่นดอกเบี้ย

วอลล์สตรีทและตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) ตอบรับสัญญาณเชิงบวกจากข้อมูลเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) กำลังเตรียมพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไม่ช้านี้ การวิเคราะห์จากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภาวะตลาดที่กลับสู่โหมด “Risk-On” อีกครั้ง

แรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ

รายงานข่าวจาก Reuters ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกได้ทำสถิติใหม่เนื่องจากนักลงทุนมีความยินดีกับข้อมูลเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับปานกลาง รวมถึงสัญญาณความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจหลัก ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ได้ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านราคาที่อาจนำไปสู่การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งตลาดมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ได้ลดลงอย่างมาก ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง การผสมผสานระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่และการชะลอตัวของเงินเฟ้อ ได้สร้าง “สภาวะที่เหมาะสม” (Goldilocks Scenario) สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

สัญญาณ “เฟด” เปิดประตูสู่การหั่นดอกเบี้ย

ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำโดยทุกสำนักข่าวคือ การส่งสัญญาณจากประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ซึ่งได้ “เปิดประตู” สู่ความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต แม้ว่าพาวเวลล์จะยังคงใช้ความระมัดระวังในการสื่อสาร แต่การปรับโทนเสียง (Dovish Tone) ที่ชัดเจนขึ้นในการประชุมและแถลงการณ์ล่าสุด ได้ทำให้นักลงทุนตีความว่า วงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้สิ้นสุดลงแล้ว และการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

CNBC รายงานว่า ตลาดฟิวเจอร์สของ Fed Fund Rate ได้ปรับเพิ่มโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2-3 ครั้งในปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนการกู้ยืมที่ถูกลงในอนาคต ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค

ผลกระทบต่อตลาดเอเชียและไทย

กระแสความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ได้ส่งผลบวกอย่างชัดเจนต่อตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์สำคัญ ๆ ในเอเชียปรับตัวสูงขึ้นถ้วนหน้า เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าเงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มากขึ้น ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง

สำหรับประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ได้รับแรงหนุนจากกระแส Global Rally ดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและดอกเบี้ยที่ลดลง เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ของไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากนโยบายการเงินของ Fed ที่ผ่อนคลายลง

มุมมองและข้อควรระวังในระยะต่อไป

นักวิเคราะห์จากทั้งสามสำนักข่าวเตือนว่า แม้บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความหวัง แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากข้อมูลเงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด หรือหาก Fed ตัดสินใจที่จะชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปจากความคาดหมายของตลาด การจับตาดูถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ทุกคน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) และข้อมูล GDP จึงยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับนักลงทุนทั่วโลก

โดยสรุปแล้ว รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น ซึ่งมอบโอกาสในการเติบโตให้กับสินทรัพย์เสี่ยง แต่ก็ยังต้องอาศัยการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบต่อไป

ที่มา: สรุปและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters