ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและ Bitcoin แต่เผชิญวิกฤตชิปจากกระแส AI

0
103






ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและ Bitcoin แต่เผชิญวิกฤตชิปจากกระแส AI


ข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและ Bitcoin แต่เผชิญวิกฤตชิปจากกระแส AI

กรุงเทพฯ – รายงานข่าวจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ได้เผยให้เห็นถึงภาพรวมตลาดการเงินโลกที่เต็มไปด้วยสัญญาณผสมผสาน โดยมีกระแสการฟื้นตัวของตลาดหุ้นที่นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีและสกุลเงินดิจิทัล ในขณะเดียวกันก็มีคำเตือนสำคัญเกี่ยวกับวิกฤตอุปทานใหม่ที่เกิดจากความคลั่งไคล้ในปัญญาประดิษฐ์ (AI)

CNBC รายงาน: หุ้นเทคฯ และ Bitcoin ทะยานรับความหวังลดดอกเบี้ย

CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากเผชิญกับแรงขายอย่างหนักเมื่อวันก่อนหน้า โดยดัชนีหลักทั้ง Dow Jones Industrial Average และ S&P 500 ปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทะยานขึ้นถึง 0.4% ในวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2568. การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกหลายประการ รวมถึงการปรับปรุงความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Sentiment) และความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอ.

นอกจากนี้ ตลาดสกุลเงินดิจิทัลก็มีสัญญาณบวกเช่นกัน CNBC Crypto World ชี้ว่า Bitcoin และ Ether ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถลดทอนความสูญเสียที่เกิดขึ้นตลอดเดือนพฤศจิกายนได้บางส่วน การที่สกุลเงินดิจิทัลปรับตัวขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีบน Wall Street เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงมองหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างผลตอบแทน. อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อมโยงกับ Bloomberg ว่านักลงทุนรายย่อยในตลาดคริปโตบางส่วนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่กองทุน ETF กลยุทธ์ (Strategy ETFs) บางตัวร่วงลงกว่า 80% ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนและความเสี่ยงในสินทรัพย์ดิจิทัล.

Bloomberg วิเคราะห์: การฟื้นตัวอย่างระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนที่คาดการณ์ไว้

ในมุมมองที่กว้างขึ้น Bloomberg ได้นำเสนอการวิเคราะห์ว่าการกลับมาของตลาดหุ้นในครั้งนี้เป็นไปอย่างระมัดระวัง (Cautious Comeback) โดยเป็นการกลับตัวจากภาวะขาดทุนหนักในช่วงต้นสัปดาห์. แม้ว่าดัชนีหลักจะปิดบวก แต่ตลาดโดยรวมยังคงอยู่ภายใต้ระดับปิดของสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงมีการซื้อขายในปริมาณต่ำและมีความไม่แน่นอนอยู่.

รายงานของ Bloomberg ยังได้เน้นย้ำถึงคำเตือนจากนักวิเคราะห์การเงินชั้นนำหลายรายที่คาดการณ์ว่า ตลาดในปี 2568 จะยังคงเผชิญกับ “ความผันผวนที่มากขึ้น” (more volatility) โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี แม้ว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาก็ตาม. การฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีจึงถูกมองว่าเป็นเพียงการสวนกลับทางเทคนิค (technical rebound) มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางของตลาดในระยะยาวอย่างชัดเจน.

Reuters เตือน: กระแส AI ก่อวิกฤตอุปทานชิปหน่วยความจำทั่วโลก

ขณะที่ตลาดทุนกำลังเฉลิมฉลองการฟื้นตัว Reuters ได้เผยแพร่รายงานเชิงลึกที่ส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งใหม่ต่อภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก โดยระบุว่า “ความคลั่งไคล้ในปัญญาประดิษฐ์ (AI frenzy) กำลังผลักดันให้เกิดวิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหม่”.

รายงานดังกล่าวระบุอย่างเจาะจงว่า ความต้องการมหาศาลสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง (Memory Chips) ได้ก่อให้เกิด “วิกฤตอุปทานชิปหน่วยความจำ” อย่างรุนแรง. การตรวจสอบของ Reuters ซึ่งอ้างอิงจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นว่า ผู้ผลิตชิปไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันต่อความต้องการที่พุ่งทะยานจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่แข่งกันลงทุนใน AI. วิกฤตนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังอาจจำกัดการเติบโตของภาคเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคตอีกด้วย.

บทสรุป: สัญญาณสองด้านของเศรษฐกิจโลก

โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่แสดงให้เห็นถึงสองด้านที่ขัดแย้งกันของเศรษฐกิจโลกในเดือนธันวาคม 2568 ด้านหนึ่งคือความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาและราคาของสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความกระหายในผลตอบแทนจากกลุ่มเทคโนโลยีและ AI. แต่อีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งก็คือวิกฤตอุปทานชิปที่เกิดจากความต้องการ AI นั่นเอง. ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าสำหรับผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุนคือ การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอุปทานนี้ ในขณะที่ยังคงรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีไว้ให้ได้

อ้างอิง: [1], [2], [3], [4], [5], [6], [7], [8], [9], [10], [12], [13], [14], [15]