ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นโลกชะลอหลังทะยาน $17 ล้านล้าน ท่ามกลางวิกฤตการเมืองฝรั่งเศสและสงครามภาษี
กรุงเทพฯ – 28 พฤศจิกายน 2568
[Bloomberg] รายงานล่าสุดในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญกับการชะลอตัวลง หลังจากที่ได้สร้างปรากฏการณ์การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นรวมกันถึง 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงก่อนหน้า การปรับตัวลงนี้เกิดขึ้นในขณะที่นักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปและแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ
สัญญาณชะลอตัวของตลาดหุ้นโลก: ความกังวลที่เริ่มคืบคลาน
[Bloomberg] การทะยานของตลาดหุ้นก่อนหน้านี้ได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งในเศรษฐกิจและการลงทุนภาคเอกชน แต่ข้อมูล ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นว่าโมเมนตัมการพุ่งขึ้นดังกล่าวได้เริ่มผ่อนคลายลง นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทตั้งข้อสังเกตว่า แม้การเติบโตของกำไรบริษัทจะยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ปัจจัยเสี่ยงภายนอกกำลังเข้ามากดดันให้เกิดการพักฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นักลงทุนเริ่มปรับพอร์ตการลงทุนไปยังตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างโลหะมีค่า เพื่อรับมือกับความผันผวนที่กำลังจะมาถึง
วิกฤตการเมืองฝรั่งเศส: แรงกระแทกต่อเสถียรภาพยูโรโซน
[CNBC] รายงานโดย CNBC ได้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจในฝรั่งเศส ซึ่งปะทุขึ้นในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2568 และได้กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินของยูโรโซน วิกฤตการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากการลาออกของนายกรัฐมนตรี และความติดขัดในการผ่านร่างงบประมาณประจำปี 2569 ทำให้ฝรั่งเศสเข้าสู่ช่วงของความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนในยุคสาธารณรัฐที่ห้า
ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield spread) ของฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับเยอรมนี นักวิเคราะห์ทางการเงินชี้ว่า แม้ปัญหาของฝรั่งเศสจะมีความรุนแรงเป็นพิเศษ แต่รัฐบาลอื่นๆ ในปี 2568 ก็กำลังประสบปัญหาในการจัดการกับงบประมาณสาธารณะที่ตึงตัวเช่นกัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจยุโรปโดยรวม
สงครามภาษีและการค้าโลก: ความเสี่ยงที่ยังคุกรุ่น
[Reuters] สำนักข่าวรอยเตอร์สได้รายงานความเคลื่อนไหวของสงครามการค้าโลกที่ยังคงคุกรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งถูกประกาศใช้ในชื่อ “ภาษีวันปลดปล่อย” (Liberation Day tariffs) ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2568 แม้ว่าการขู่ใช้มาตรการภาษีชุดใหม่ล่าสุดจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลกในทันทีทันใด แต่ความตึงเครียดทางการค้ายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England – BoE) ได้ออกมาเตือนว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าอาจเป็นชนวนให้เกิดคลื่นของการล้มละลายในภาคธุรกิจทั่วโลกได้ นอกจากนี้ การใช้ภาษีนำเข้าสินค้าสำคัญ เช่น ภาษีทองแดง ได้ถูกวิเคราะห์ว่าอาจส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมในสหรัฐฯ เอง และอาจเป็นประโยชน์ต่อคู่แข่งทางการค้าอย่างจีน เนื่องจากเป็นการบิดเบือนห่วงโซ่อุปทานและประสิทธิภาพของตลาดโลก สถานการณ์นี้ทำให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
บทสรุป: เศรษฐกิจโลกบนขอบเหวแห่งความไม่แน่นอน
โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ระดับโลกสะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเติบโตของตลาดที่แข็งแกร่งกำลังถูกท้าทายด้วยความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเมืองและหนี้สาธารณะในประเทศพัฒนาแล้วอย่างฝรั่งเศส ควบคู่ไปกับแรงกดดันที่ต่อเนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้า นักลงทุนจึงถูกกระตุ้นให้เพิ่มความระมัดระวังและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนในช่วงปลายปี 2568 นี้.
อ้างอิงข้อมูล:
[1] apple.com, [2] youtube.com, [3] theguardian.com, [4] wikipedia.org, [5] theguardian.com, [6] internationalviewpoint.org, [7] weforum.org, [11] wikipedia.org, [13] thedailyeconomy.org, [15] ambit.co.


















