ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกทะยานรับสัญญาณลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ จับตาธนาคารกลางเอเชียผ่อนคลายนโยบาย

0
83






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกทะยานรับสัญญาณลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ จับตาธนาคารกลางเอเชียผ่อนคลายนโยบาย


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกทะยานรับสัญญาณลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ จับตาธนาคารกลางเอเชียผ่อนคลายนโยบาย

สรุปข่าว: ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ภาวะกระทิงครั้งใหญ่ โดยดัชนีหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า หลังจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาในระดับที่ผ่อนคลายกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน แรงกดดันได้เพิ่มขึ้นต่อธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้พิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลง.

Reuters: หุ้นทั่วโลกทำสถิติใหม่ รับข่าวดีเงินเฟ้อสหรัฐฯ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกได้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) เนื่องจากนักลงทุนตอบรับในเชิงบวกต่อสัญญาณของอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง. แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสถัดไป ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณสิ้นสุดยุคของนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ.

CNBC: ข้อมูลเงินเฟ้อฉีดความมั่นใจ ตลาดเดิมพัน Fed ลดดอกเบี้ย

ด้าน CNBC ได้รายงานการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับปฏิกิริยาของตลาดต่อรายงานข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่ออกมา “เชื่องกว่าที่คาด” (Tamer-than-expected). รายงานดังกล่าวได้ฉีดความมั่นใจและนำมาซึ่งภาวะมองโลกในแง่ดีเข้าสู่ตลาดการเงินอย่างมหาศาล. นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ในตลาดต่างเพิ่มการเดิมพันว่า Fed จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวเกินไป. อย่างไรก็ตาม CNBC ยังชี้ให้เห็นถึงความเห็นที่ยังคงแตกแยกกันในหมู่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของ Fed เอง โดยบางส่วนยังคงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ความอดทนและรอให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจยืนยันความชัดเจน ก่อนที่จะตัดสินใจเคลื่อนไหวใด ๆ.

Bloomberg: ตลาดตราสารหนี้รับลูก ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ดิ่งลง

รายงานจาก Bloomberg เน้นย้ำถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้โลก ซึ่งเป็นมาตรวัดความคาดหวังของอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว. ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์. การลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าวได้ขับเคลื่อนให้เกิดการฟื้นตัว (Rally) ในตลาดตราสารหนี้. ดัชนี Bloomberg US Aggregate Bond Index ก็ได้แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้อีกครั้ง ภายใต้สมมติฐานที่ว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว.

แรงกดดันต่อธนาคารกลางเอเชียและเศรษฐกิจไทย

การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภูมิภาคเอเชีย. รายงานวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกลางหลายแห่งในเอเชียกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ต้องพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของตนเอง. ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับปานกลางและภาวะความไม่แน่นอนทางการค้าโลกที่ยังคงมีอยู่ ธนาคารกลางในเอเชียจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจุดเน้นจากการควบคุมเงินเฟ้อมาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ.

สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง และเผชิญกับความเสี่ยงด้านต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง. ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ได้แก่ นโยบายการค้าโลกที่ผันผวน และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้. ธปท. ยังคงคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 2.2% ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพ. ดังนั้น การที่ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย จึงเป็นปัจจัยที่เพิ่มน้ำหนักให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธปท. ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียที่อาจมีการปรับลดดอกเบี้ยก่อนหน้า.

บทสรุป

โดยสรุป ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของวัฏจักรนโยบายการเงิน จากการต่อสู้กับเงินเฟ้อมาสู่การสนับสนุนการเติบโต. ตลาดการเงินตอบรับด้วยความคึกคักอย่างชัดเจน แต่ธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะ ธปท. ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการตัดสินใจที่สมดุลระหว่างการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้พ้นจากภาวะชะลอตัวที่กำลังคุกคามอยู่.

อ้างอิงข้อมูล: [1] bot.or.th, [2] adb.org, [3] youtube.com (Reuters), [4] jpmorgan.com / investopedia.com, [7] invesco.com, [10] tradingeconomics.com, [15] nuveen.com