ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์โลกผันผวน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและอิทธิพล AI ที่เพิ่มขึ้น
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานข่าวสำคัญที่สะท้อนถึงภูมิทัศน์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง รวมถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แผ่ขยายอิทธิพลในทุกภาคส่วน.
สถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้กลายเป็นจุดสนใจของทั่วโลก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งสำคัญ” ในอิหร่านแล้ว. รายงานจาก CNBC และ Reuters ระบุว่า การโจมตีทางอากาศและทางทะเลของสหรัฐฯ ได้พุ่งเป้าไปที่กระทรวงหลายแห่งในกรุงเตหะราน และเมืองอื่นๆ ของอิหร่าน เช่น อิสฟาฮาน กอม คาราจ และเคอร์มานชาห์. การโจมตีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ปกป้องประชาชนชาวอเมริกันโดยการกำจัดภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้นจากระบอบการปกครองของอิหร่าน” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว.
ด้านอิหร่านได้ประณามการโจมตีดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างร้ายแรง และให้คำมั่นว่าจะตอบโต้. นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังรายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่อิสราเอลด้วย. เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการบิน โดยมีรายงานว่าท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดเผยว่ามีเที่ยวบินไปยังตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปแล้วกว่า 20 เที่ยวบิน กระทบผู้โดยสารประมาณ 2,000-3,000 คน ขณะที่การบินไทยยังคงบินได้ตามปกติเนื่องจากไม่มีเส้นทางบินผ่านพื้นที่โจมตี แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด. ความตึงเครียดนี้ยังส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดนิวยอร์กปิดบวกอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างความกังวลต่อตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกโดยรวม.
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค
ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนนั้น Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า การสูญเสียอย่างหนักในสนามรบอาจทำให้รัสเซียไม่สามารถเปิดฉากรุกครั้งใหญ่ในยูเครนได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากจำนวนการสูญเสียกำลังพลของรัสเซียมีมากกว่าการรับสมัครทหารใหม่รายเดือน.
สำหรับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคมมีการขยายตัวดีขึ้นตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่สนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยว. อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เดือดขึ้นทำให้กระทรวงพาณิชย์สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกจับตาผลกระทบต่อการส่งออกของไทย. ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Reuters เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุว่ายอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่กว่า 20,000 คัน ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม. ด้านฮ่องกง รัฐมนตรีคลังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2.5-3.5% ในปีนี้ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย. ส่วนอัตราเงินเฟ้อของลาวในเดือนกุมภาพันธ์พุ่งแตะ 6.2% สาเหตุจากอุปสงค์ที่ทะลักและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น.
อิทธิพลของ AI และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน. Bloomberg ได้ร่วมมือกับ Kaiko บริษัทข้อมูลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อนำเสนอข้อมูล Data License บนบล็อกเชน โดยเน้นที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเวิร์กโฟลว์ Repo. นอกจากนี้ CNBC ยังได้ประกาศรายชื่อ “CNBC Changemakers: Women Transforming Business” ประจำปีครั้งที่สามเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งยกย่องผู้นำหญิง 50 คนทั่วโลกที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและสังคม. และในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 CNBC ยังได้เปิดรับสมัครบริษัทสำหรับรายชื่อ “World’s Top Fintech Companies 2026” โดยเน้นย้ำถึงการเติบโตของฟินเทคที่ได้รับแรงหนุนจาก AI.
อย่างไรก็ตาม บทบาทของ AI ก็มาพร้อมกับความท้าทาย โดยมีการพูดถึง “AI fatigue” หรือความเหนื่อยล้าจาก AI ในตลาด และการเปลี่ยนแปลงของนักลงทุนที่เริ่มหันไปสนใจ “สินทรัพย์จริง” และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพมากขึ้น. นอกจากนี้ ผลกระทบของ AI ต่ออาชีพต่างๆ โดยเฉพาะวงการสื่อสารมวลชนก็เป็นที่ถกเถียง โดยบางคนมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่บางส่วนก็มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในอาชีพ. ประเด็นสำคัญอีกประการคือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จีนอาจบุกไต้หวันในปี 2027 ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมชิปและเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพาเทคโนโลยี AI อย่างมาก เนื่องจากไต้หวันเป็นฐานการผลิตชิปที่สำคัญของโลก.
สถานการณ์โลกในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อทิศทางของตลาดและการดำเนินชีวิตของผู้คนทั่วโลก การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้.


















