ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินครั้งใหญ่ ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง
วันที่ 7 ธันวาคม 2568 – กรุงเทพฯ (รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำ)
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่แก่ตลาดการเงินโลก ด้วยการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเร่งลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2569 หลังการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งเป็นรายงานข่าวที่ได้รับการยืนยันและวิเคราะห์อย่างเข้มข้นจากสามสำนักข่าวการเงินระดับโลก ได้แก่ Bloomberg, CNBC และ Reuters.
รายงานข่าวระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐานตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 เพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ตลาดตอบรับอย่างคึกคักคือ “Dot Plot” หรือแผนภาพจุดที่แสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคตของเจ้าหน้าที่ Fed ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการลดอัตราดอกเบี้ยรวม 75-100 จุดพื้นฐานในปี 2569 ซึ่งเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนกันยายน.
Bloomberg ชี้ ตลาดตราสารหนี้ตอบรับในเชิงบวก
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกตอบสนองต่อสัญญาณผ่อนคลายนี้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-Year Treasury Yield) ที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยร่วงต่ำกว่าระดับร้อยละ 4.0 เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน. การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า Fed จะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้สำเร็จโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง (Soft Landing) และเป็นการลดต้นทุนการกู้ยืมในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง.
CNBC รายงาน ตลาดหุ้นวอลล์สตรีททำสถิติสูงสุดใหม่
ด้าน CNBC ซึ่งเน้นการรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น รายงานว่า ดัชนีหลักในตลาดวอลล์สตรีทพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงทันทีที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed แถลงข่าว. ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) โดยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 1.8 ในวันเดียว. กลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Tech Stocks) และกลุ่มหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยมากที่สุด ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ โดยมีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น. นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า การที่ Fed ยอมรับว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว เป็นการเปิดทางให้กระแสเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างเต็มตัว.
Reuters วิเคราะห์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดเกิดใหม่
ขณะที่ Reuters ได้ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ผลกระทบในวงกว้างระดับโลก โดยระบุว่า สัญญาณการผ่อนคลายนโยบายของ Fed ได้สร้างความโล่งใจให้กับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทั่วโลก. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์. นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกก็ปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ได้ลดลง แต่ความต้องการใช้พลังงานยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง.
มุมมองนักวิเคราะห์ไทย: โอกาสทองของตลาดเอเชีย
นักวิเคราะห์การเงินในประเทศไทยมองว่า การตัดสินใจของ Fed ครั้งนี้จะเป็น “โอกาสทอง” สำหรับตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย. คาดการณ์ว่าจะมีเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ในเอเชียมากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในสหรัฐฯ ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) ของตลาดเอเชียมีความน่าสนใจ. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างใกล้ชิด.
โดยสรุป การรายงานข่าวที่สอดคล้องจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ซึ่งกำลังนำไปสู่การปรับสมดุลครั้งใหม่ของตลาดการเงินโลก โดยมีทิศทางที่ชัดเจนคือการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการจัดการเงินเฟ้อ.
อ้างอิง: รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters (7 ธันวาคม 2568)


















