ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณเข้ม ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก

0
109






ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณเข้ม ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก


ข่าวอัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เฟดส่งสัญญาณเข้ม ตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก

ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนครั้งสำคัญในสัปดาห์นี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยนักวิเคราะห์จากสำนักข่าว Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานตรงกันถึงการปรับลดการคาดการณ์จำนวนครั้งของการลดดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว.

การเปลี่ยนแปลงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ

รายงานข่าวจาก Bloomberg และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed หลายรายได้ออกมาแสดงความเห็นในเชิง “ระมัดระวัง” มากขึ้นเกี่ยวกับการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาดในเดือนที่ผ่านมา. การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่ “Dot Plot” หรือแผนภาพการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่ได้ถูกปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ. ก่อนหน้านี้ตลาดเคยคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 4-5 ครั้งในปี 2569 แต่ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ถูกสำรวจโดย Bloomberg ได้ปรับลดการคาดการณ์เหลือเพียง 3 ครั้ง หรือลดลงรวม 0.75% ตลอดทั้งปี.

แรงกระแทกสู่ตลาดหุ้นและพันธบัตร

ผลจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนทั่วโลก CNBC รายงานว่า ดัชนีหลักในสหรัฐฯ ต่างปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ที่ลดลงกว่า 1.8% ภายในวันเดียว และดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลงมากกว่า 600 จุด เนื่องจากความกังวลว่า “ต้นทุนทางการเงินจะยังคงสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด” (Higher for Longer). กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมูลค่ากิจการมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยในอนาคต. ในขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรก็เผชิญกับแรงเทขาย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 4.5%.

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น เงินบาทอ่อนตัว

Reuters รายงานว่า การที่ Fed ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ยได้เป็นปัจจัยหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์. การแข็งค่าของเงินดอลลาร์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเงินบาทของไทย. นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินรายใหญ่ที่ถูกอ้างอิงโดย CNBC คาดการณ์ว่า เงินบาทอาจเผชิญกับแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเนื่อง หากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังคงกว้างขึ้น. การแข็งค่าของดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์ เช่น ราคาทองคำและน้ำมันดิบ.

มุมมองและคำแนะนำจากนักวิเคราะห์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทั้งสามแห่งต่างให้คำแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงนี้. นาย John Lee หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนจากบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก (อ้างอิงจาก Bloomberg) ระบุว่า “ตลาดได้ประเมินการผ่อนคลายนโยบายของ Fed ไว้สูงเกินไป และตอนนี้กำลังเข้าสู่ภาวะความเป็นจริงใหม่. นักลงทุนควรเน้นไปที่บริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีหนี้สินต่ำ”. ขณะที่นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า ความผันผวนนี้อาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนระยะยาวในกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี แต่ต้องรอให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น.

ในภาพรวม การอัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายการเงินของ Fed ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดการเงินโลก และการปรับเปลี่ยนท่าทีเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกได้. นักลงทุนจึงต้องติดตามการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed อย่างใกล้ชิดต่อไปในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า.

ที่มา: รวบรวมและวิเคราะห์จากรายงานข่าวของ Bloomberg, CNBC และ Reuters