อัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจโลก: รายงานพิเศษจาก Bloomberg, CNBC, Reuters จับตาการขึ้น-ลงของตลาดหุ้น AI และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

0
80






สรุปข่าวเด่นประจำสัปดาห์: รายงานพิเศษจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters


อัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจโลก: รายงานพิเศษจาก Bloomberg, CNBC, Reuters จับตาการขึ้น-ลงของตลาดหุ้น AI และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

วันที่ 2 ธันวาคม 2568

วอชิงตัน/นิวยอร์ก — ตลาดการเงินโลกเปิดฉากเดือนธันวาคม 2568 ด้วยความผันผวนและปัจจัยกดดันหลายด้าน โดยเฉพาะจากข่าวการเมืองในสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นทั่วโลก รายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้ประมวลสถานการณ์สำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ: จุดเริ่มต้นของวัฏจักรการผ่อนคลาย (Fed Easing Cycle)

ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดคือสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 โดยนักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินขนาดใหญ่ เช่น Bank of America Private Bank ประเมินว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วง “เริ่มต้น” ของวัฏจักรการผ่อนคลายทางการเงินของ Fed หลังจากที่ได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงมานาน การคาดการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางการเมืองได้เข้ามากระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น โดยเฉพาะหลังจากการคาดการณ์เกี่ยวกับตัวประธาน Fed คนถัดไป ซึ่งมีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าตนทราบแล้วว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งนี้ ข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลในตลาด เนื่องจากผู้นำ Fed คนใหม่จะมีผลโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายการเงินโลก และอาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลก รวมถึงค่าเงินบาทของไทยด้วย

หุ้น AI ยังคงร้อนแรง: Nvidia ทะยานสู่บริษัท 5 ล้านล้านดอลลาร์

ในภาคตลาดหุ้นทั่วโลก ยังคงมีรายงานจาก Reuters ที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ “เชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย” ระหว่างตลาดโลกกับตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ การรายงานผลประกอบการของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ซึ่งกลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักของนักลงทุนทั่วโลก แม้ว่าจะมีรายงานว่าตลาดหุ้น AI มีการปรับตัวลงเล็กน้อยจากความกังวลเรื่องมูลค่าที่สูงเกินไป แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนดัชนีหลักๆ ของสหรัฐฯ และมีอิทธิพลต่อดัชนีตลาดหุ้นในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ผลประกอบการและคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ระดับสูง (sell-side analyst calls) ในกลุ่มเทคโนโลยี เพื่อหาโอกาสในการลงทุนก่อนตลาดเปิด อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวดีจากยอดขายในช่วง Black Friday ที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับเริ่มต้นเดือนธันวาคมด้วยการปรับตัวลงเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจมหภาค

ทองคำ: Safe Haven ที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสม

นอกจากตลาดหุ้นแล้ว ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะราคาทองคำ รายงานจาก Reuters และ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยง (Diversify their holdings) การเข้าซื้อของธนาคารกลางนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาทองคำให้ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed จะเริ่มชัดเจนขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วอาจทำให้ทองคำมีความน่าสนใจน้อยลง

การที่ธนาคารกลางหลายประเทศเลือกที่จะเพิ่มทองคำสำรอง สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) และความต้องการที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินหลักสกุลใดสกุลหนึ่งมากเกินไป นักลงทุนไทยที่ถือครองทองคำจึงควรติดตามทิศทางการเข้าซื้อของธนาคารกลางเหล่านี้ควบคู่ไปกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยสรุป การเริ่มต้นเดือนสุดท้ายของปี 2568 เป็นช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ตั้งแต่การจับตาสัญญาณการลดดอกเบี้ยของ Fed และการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ ไปจนถึงกระแสการลงทุนในหุ้น AI ที่ยังคงร้อนแรง ตลอดจนการสะสมทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประกอบการตัดสินใจในสภาวะตลาดที่ผันผวนเช่นนี้

อ้างอิง: รายงานข่าวและบทวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC และ Reuters