ข่าวเศรษฐกิจโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ปี 2025 เผชิญความเสี่ยง “สงครามภาษี” และเศรษฐกิจชะลอตัว

0
78






ข่าวเศรษฐกิจโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ปี 2025 เผชิญความเสี่ยง “สงครามภาษี” และเศรษฐกิจชะลอตัว


ข่าวเศรษฐกิจโลก: อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ปี 2025 เผชิญความเสี่ยง “สงครามภาษี” และเศรษฐกิจชะลอตัว

รายงานโดย: ทีมข่าวการเงินโลก | อ้างอิงจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

วันที่: 2 ธันวาคม 2568

ธันวาคม 2568: สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2569 (2025) โดยมีใจความสำคัญว่า แม้ภูมิภาคเอเชียจะยังคงแสดงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางการค้าและนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น.

รายงานระบุว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) และสงครามภาษีการค้า (Trade Tariffs) ที่ขยายวงกว้างได้กลายเป็นภัยคุกคามหลักที่บดบังโอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก.

ภัยคุกคามหลัก: สงครามภาษีฉุดรั้ง GDP โลก

ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของ Bloomberg Economics ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบจากสงครามภาษีการค้าที่เริ่มขึ้นและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่จะสร้างความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก (World GDP) สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก.

CNBC รายงานว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีได้เริ่มปรากฏให้เห็นในภาคการส่งออกของสหรัฐฯ เอง โดยปริมาณการส่งออกที่ชะลอตัวลงได้ขยายไปเกือบทุกท่าเรือทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2568 ภาวะเช่นนี้ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.5% จากเดิมที่ 2.1% ซึ่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจหลักย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการสินค้าจากประเทศผู้ผลิตในเอเชีย.

ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์บั่นทอนความเชื่อมั่น

Reuters และ CNBC ต่างเน้นย้ำว่า นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านภาษีแล้ว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องระมัดระวัง แม้ตลาดจะมีความหวังว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลง แต่ความตึงเครียดทางการค้าและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศได้สร้างความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดการเงินตลอดปี 2568 นักลงทุนจึงต้องเผชิญกับปีที่มีความผันผวน (Volatility) สูงอย่างต่อเนื่องในปี 2569.

ภาพรวมเอเชีย: ยืดหยุ่นแต่ไม่พ้นแรงกดดัน

สำหรับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงประเทศไทย รายงานระบุว่ายังคงแสดง “ความยืดหยุ่นที่น่าทึ่ง” (Remarkable Resilience) โดยเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและจีนยังคงทรงตัวได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน 5 (ASEAN-5) ยังคงมีการคาดการณ์อัตราการเติบโตที่ 4.6% ในปี 2569 ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว.

อย่างไรก็ตาม รายงานของ Krungsri (อ้างอิงข้อมูลจากหลายแหล่งรวมถึง Bloomberg, CNBC) เตือนว่า ความเสี่ยงขาลงยังคงมีอยู่ (downside risks persist) เนื่องจากความต้องการจากคู่ค้าหลักของอาเซียนที่ลดลง ซึ่งหมายความว่า ภาคการส่งออกของไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากตลาดโลกที่หดตัว.

แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายอัตราดอกเบี้ย

ในด้านนโยบายการเงินและการควบคุมเงินเฟ้อ มีสัญญาณบวกบางประการ Reuters รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ในกลุ่มประเทศ G20 โดยรวมมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะลดลงจาก 6.2% ในปีที่ผ่านมา เหลือ 3.6% ในปี 2569 การลดลงของเงินเฟ้อนี้ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งในเอเชียเริ่มผ่อนคลายนโยบาย.

มีรายงานว่า ในช่วงกลางปี 2568 ธนาคารกลางในบางประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว แต่สำหรับประเทศที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เช่น เกาหลีใต้ ก็ยังคงให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก และอาจยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย ภาพรวมจึงเป็นแบบผสมผสาน (Mixed Picture) โดยแต่ละประเทศจะดำเนินนโยบายตามสถานการณ์เงินเฟ้อภายในของตน.

บทสรุปสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการไทย

บทสรุปจากรายงานของสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะเป็นปีแห่งความท้าทายที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงด้านภาษีและภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าเศรษฐกิจเอเชียโดยรวมจะมีความยืดหยุ่น แต่ภาคธุรกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกจะต้องเตรียมรับมือกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากตลาดหลัก การติดตามสถานการณ์การค้าโลกและนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับทุกภาคส่วน.