ตลาดโลกพุ่ง! เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด บาทแข็งค่า-ธปท.จับตาใกล้ชิด

0
59






Bloomberg, CNBC, Reuters รายงาน: ตลาดโลกพุ่ง! เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด บาทแข็งค่า-ธปท.จับตาใกล้ชิด


News update from Bloomberg, CNBC, Reuters
วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569

ตลาดโลกพุ่ง! เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด บาทแข็งค่า-ธปท.จับตาใกล้ชิด

สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ซึ่งได้ส่งสัญญาณที่ผ่อนคลายทางการเงิน (Dovish Signal) มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปี 2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นทั่วโลก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางของค่าเงินบาทและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย: แรงหนุนจากเงินเฟ้อชะลอตัว

รายงานข่าวระบุว่า การส่งสัญญาณเชิงบวกนี้มีขึ้นหลังจากการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) และถ้อยแถลงของประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวลงเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งแต่เริ่มมีสัญญาณของการชะลอตัวลงอย่างมีเสถียรภาพ แม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่จะยังคงตั้งข้อสงสัยว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยได้เร็วตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่ แต่ความคาดหวังโดยรวมของนักลงทุนได้เปลี่ยนไปแล้ว

ข้อมูลล่าสุดจาก CNBC ชี้ว่า นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 Basis Points ในการประชุมรอบถัดไป โดยมีการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยกองทุนของรัฐบาลกลาง (Federal Funds Rate) อาจถูกปรับลดลงมาอยู่ในช่วง 3.50%–3.75% ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว การเปลี่ยนแปลงมุมมองนี้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ตลาดหุ้นโลกตอบรับเชิงบวก: S&P 500 ทำสถิติใหม่

ปฏิกิริยาของตลาดการเงินทั่วโลกต่อสัญญาณของ Fed เป็นไปในทิศทางบวกอย่างชัดเจน โดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ได้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ (Fresh Record High) ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 โดยทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นยุโรปเล็กน้อย

ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียก็เปิดทำการในแดนบวกเช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุน (Fund Inflows) สู่ตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่า การที่สภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายผ่อนคลายของ Fed เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: บาทแข็งค่าและแรงกดดันต่อ ธปท.

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากสัญญาณของ Fed สะท้อนผ่านการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท (THB) เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ย นักลงทุนต่างชาติเริ่มเคลื่อนย้ายเงินทุนมายังภูมิภาคเอเชียและตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดทุนไทย ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ในเดือนมกราคม 2569 อยู่ในระดับที่ได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยการไหลเข้าของเงินทุนและความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาระบุว่า กำลังจับตาทิศทางนโยบายของ Fed อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ หาก Fed เริ่มลดดอกเบี้ยจริงตามที่ตลาดคาดการณ์ จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายของตนเอง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและบริหารจัดการเงินทุนไหลเข้าไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่อ่อนไหวต่ออัตราแลกเปลี่ยน

โดยสรุปแล้ว การส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินของ Fed ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความคึกคักให้กับตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ทำสถิติใหม่ ขณะที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และความท้าทายในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ ธปท. ในช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้ ตามการวิเคราะห์ของ Bloomberg, CNBC และ Reuters