สรุปข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกจับตา “เฟด” ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ท่ามกลางความกังวลหนี้ประเทศกำลังพัฒนา
(กรุงเทพฯ – 7 ธันวาคม 2568) – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายปี 2568 ด้วยความผันผวน แต่มีแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเก็งกำไรในเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดพันธบัตรมีความคึกคักเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงสำคัญที่ธนาคารโลก (World Bank) ออกมาเตือนเกี่ยวกับภาระหนี้สินในประเทศกำลังพัฒนา
ตลาดหุ้นและสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (The Fed)
นักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้ารอการประชุมนโยบายการเงินครั้งสำคัญของ Fed ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ถูกตีความจากนักลงทุนว่าเป็น “สัญญาณไฟเขียว” สำหรับการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติม ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ระบุว่า ความกระหายในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Appetite) กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง
CNBC รายงานเพิ่มเติมว่า แม้ตลาดจะมีความตื่นเต้น แต่ความกังวลเกี่ยวกับ “มูลค่าที่ตึงตัว” (Stretched Valuations) ในตลาดโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ธนาคารกลางหลายแห่ง รวมถึงธนาคารแห่งอังกฤษ (Bank of England) ได้เน้นย้ำในรายงาน Financial Stability Report ประจำเดือนธันวาคม 2568
แนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์: ทองคำและน้ำมัน
ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ Reuters และ Bloomberg ชี้ว่า ทองคำและน้ำมันยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงปลายปี ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยของ Fed และสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่ตลาดน้ำมันดิบยังคงมีความผันผวน
นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบอาจจำเป็นต้องอ่อนตัวลงในปี 2569 เนื่องจากผู้ค้าต้องถ่วงดุลระหว่างความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง กับสัญญาณของอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงในประเทศจีน ทั้งนี้ ปัจจัยด้านอุปทานยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับราคาน้ำมันในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
ธนาคารโลกเตือนภัย “หนี้ประเทศกำลังพัฒนา”
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาโดย Reuters คือคำเตือนจากธนาคารโลกที่ระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกยังคง “ไม่พ้นอันตราย” (not out of danger) จากต้นทุนหนี้สินที่สูงขึ้นและความตึงเครียดในภาคการเงิน แรงกดดันจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในประเทศพัฒนาแล้วได้ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อประเทศเหล่านี้ ทำให้ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (SET)
สำหรับประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้แสดงปฏิกิริยาที่ชัดเจนต่อข่าวการเก็งกำไรเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ดัชนี SET Index มีการปรับตัวสูงขึ้นในบางช่วง โดยมีแรงซื้อเข้ามาจากความหวังว่าการลดดอกเบี้ยของ Fed จะช่วยลดแรงกดดันต่อกระแสเงินทุนและต้นทุนทางการเงินทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงขาดปัจจัยบวกภายในประเทศที่ชัดเจน และยังคงเคลื่อนไหวตามการเก็งกำไรจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก
นักวิเคราะห์ในไทยระบุว่า แม้จะมีสัญญาณบวกจากตลาดโลก แต่การที่ Fed ยังไม่ได้ยืนยันการลดดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวนสูง โดยบางช่วงมีการปรับตัวลงเมื่อความหวังในการลดดอกเบี้ยถูกลดทอนลงไป การเคลื่อนไหวของตลาดไทยในช่วงนี้จึงสะท้อนถึงการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ตามที่รายงานจากสำนักข่าวระดับโลกได้ชี้ให้เห็น
ที่มา: สรุปและสังเคราะห์ข้อมูลจากรายงานข่าวและบทวิเคราะห์ของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 (รวมถึงข้อมูลอ้างอิงจาก World Bank และการตอบสนองของตลาดไทย)


















