News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
73

ข่าวเด่น อัปเดตล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: หุ้นเทคฯ ทะยานรับ ‘AI Boom’ ดันตลาดสหรัฐฯ สู่จุดสูงสุดใหม่ แต่ Reuters เตือนวิกฤตชิปขาดแคลนกำลังลึกขึ้น

วันที่ 7 ธันวาคม 2568 | รายงานข่าวจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินโลก

สรุปประเด็นสำคัญ:

  • Bloomberg: ดัชนี Nasdaq ปิดสัปดาห์ด้วยการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากผลประกอบการที่เหนือคาดของกลุ่ม Big Tech ที่เน้น AI และ Cloud.
  • CNBC: นักวิเคราะห์ชี้ “ความบ้าคลั่ง AI” (AI Exuberance) เป็นแรงผลักดันหลัก ทำให้หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีมีผลงานโดดเด่นกว่าหุ้นที่พึ่งพารายได้จากโฆษณา.
  • Reuters: รายงานเตือนถึงความตึงเครียดในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง (HBM) ที่จำเป็นสำหรับ AI ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในอนาคต.

ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2568 ด้วยบรรยากาศที่คึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ออกมาอย่างน่าประทับใจของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบริการคลาวด์อย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq พุ่งทะยานขึ้นทำสถิติใหม่ในรอบหลายเดือน.

Bloomberg ชี้ผลประกอบการ ‘Cloud Titan’ เป็นตัวจุดชนวน

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดคือผลประกอบการของบริษัท ‘Cloud Titan Corp.’ (CTC) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดย CTC รายงานกำไรต่อหุ้นที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 15% และเปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับปี 2569. การเติบโตของธุรกิจคลาวด์และ AI ของ CTC สะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายด้านไอทีขององค์กรยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงก็ตาม.

“การเติบโตของรายได้จากคลาวด์ที่สูงถึง 25% ของ CTC ได้ลบล้างความกังวลเดิมๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว” นักวิเคราะห์การเงินอาวุโสจาก Bloomberg Intelligence กล่าว “นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนว่าการแข่งขันด้าน AI ได้กลายเป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่งของภาคธุรกิจทั่วโลก และเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่กลุ่มผู้สร้างเครื่องมือ AI อย่างไม่หยุดยั้ง”.

CNBC วิเคราะห์: ความแตกต่างระหว่าง ‘AI Winners’ และ ‘Ad-Dependent Losers’

ด้าน CNBC ได้นำเสนอบทวิเคราะห์เชิงลึกที่เน้นย้ำถึงความแตกต่างที่ชัดเจนในกลุ่ม Big Tech ในช่วงฤดูรายงานผลประกอบการนี้. ขณะที่ CTC และบริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่อื่นๆ เห็นราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการชิปและบริการประมวลผลสำหรับ AI, บริษัทที่พึ่งพารายได้จากโฆษณาดิจิทัลเป็นหลัก เช่น ‘Social Media Giant’ (SMG) กลับมีผลประกอบการที่น่าผิดหวัง.

นักวิเคราะห์จากรายการ Squawk Box ของ CNBC ระบุว่า “นักลงทุนกำลังแยกแยะอย่างชัดเจน หุ้นที่ชนะคือหุ้นที่มี ‘กระแสเงินสด AI’ ที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้ ไม่ใช่แค่คำสัญญา. SMG รายงานรายได้จากโฆษณาที่อ่อนตัวลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคมีการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่การลงทุนใน ‘Metaverse’ ยังไม่สามารถสร้างรายได้ที่ชดเชยได้ทันที” บทวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดกำลังให้มูลค่าพรีเมียมแก่บริษัทที่มีความได้เปรียบด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานอย่างแท้จริง.

Reuters เตือน: วิกฤตชิป HBM และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ในขณะที่ตลาดกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะของหุ้นเทคโนโลยี Reuters ได้นำเสนอรายงานเชิงเตือนภัยเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก. รายงานระบุว่าความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากได้สร้างความตึงเครียดครั้งใหม่ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับชิปประมวลผล AI ขั้นสูง.

นอกจากนี้ Reuters ยังอ้างถึงแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตเวเฟอร์รายใหญ่รายหนึ่งประกาศลดการจัดส่งเวเฟอร์ลงอย่างมีนัยสำคัญ. การตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งในปี 2569. “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเซมิคอนดักเตอร์อีกต่อไปแล้ว” นักวิเคราะห์ด้านซัพพลายเชนรายหนึ่งให้ความเห็นกับ Reuters “มันคือเรื่องของความมั่นคงทางเทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคที่เพิ่มขึ้น.”

ภาพรวมตลาดไทย: จับตา Fed และความเสี่ยงซัพพลายเชน

สำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างจำกัด โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีแรงซื้อเข้ามาบ้างตามทิศทางตลาดโลก. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและกระแสเงินทุน. ความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานชิปที่ Reuters รายงาน ถือเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในระยะกลาง.

— อ้างอิงจากรายงานข่าวและบทวิเคราะห์จาก Bloomberg, CNBC และ Reuters