สรุปข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เงินเฟ้อสหรัฐฯ แผ่ว ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ตลาดการเงินทั่วโลกได้แสดงปฏิกิริยาเชิงบวกอย่างรุนแรงต่อรายงานข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งได้จุดประกายความหวังครั้งใหม่ให้กับนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะดำเนินการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม
สำนักข่าว Reuters และข้อมูลเศรษฐกิจชี้ให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนที่ผ่านมามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อโดยรวมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.0 จากเดิมร้อยละ 3.1 ซึ่งเป็นการสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ระดับเดิม ตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนกลับมามั่นใจในแนวทางการควบคุมเงินเฟ้อของ Fed อีกครั้ง
ปฏิกิริยาของตลาดต่อข้อมูลดังกล่าวเป็นไปอย่างคึกคัก โดย CNBC และรายงานของ The Guardian ได้เน้นย้ำว่า ดัชนีหลักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ไม่ว่าจะเป็น S&P 500 และ FTSE 100 ของอังกฤษ ต่างพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (Record Highs) การปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่นี้ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงนี้จะเปิดทางให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) สามารถหันมาใช้ “โทนที่ผ่อนคลาย” (Dovish Comments) มากขึ้นในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะเป็นการลดภาระต้นทุนทางการเงินให้กับภาคธุรกิจและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จาก Bloomberg และแหล่งข่าวทางการเงินได้ให้มุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยชี้ว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อจะดูดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Fed เปลี่ยนแปลงแผนการผ่อนคลายนโยบายในระยะยาวได้ทันที ก่อนหน้านี้ CNBC เคยรายงานว่า Fed ได้อนุมัติการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 จุด และคาดว่าจะมีการปรับลดอีกสองครั้งในปีนี้ แต่ความเห็นล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ Fed บางคนยังคงมี “โทนที่เข้มงวด” (Hawkish Tone) และแสดงความกังวลต่อ “ความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อที่ยังคงค้างอยู่” (Lingering Inflation Frustrations) รวมถึงสัญญาณที่หลากหลายจากตลาดแรงงาน
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินที่ให้ความเห็นกับ Bloomberg ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ตลาดกำลังส่งสัญญาณความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือของ Fed ในระยะยาว (Long-term Credibility) ในการนำพาเศรษฐกิจไปสู่ภาวะ “Soft Landing” หรือการชะลอตัวลงอย่างนุ่มนวล แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการเตือนว่า ตลาดอาจจะ “คาดการณ์ล่วงหน้า” (Priced-in) การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประชุมล่าสุดที่ประธาน Fed ได้ส่งสัญญาณที่ระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนที่เคยคาดหวังการปรับลดในเดือนธันวาคมต้องชะลอการตัดสินใจ
ในส่วนของภาคธุรกิจ Reuters รายงานว่า การที่ต้นทุนที่อยู่อาศัย (Shelter Costs) ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการฟื้นตัวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้การลดลงของเงินเฟ้อเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Fed ต้องใช้เวลาในการประเมินอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจครั้งสำคัญ ดังนั้น แม้ตลาดจะเฉลิมฉลองด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่เส้นทางการตัดสินใจของ Fed ยังคงเป็นไปอย่างซับซ้อนและต้องพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างละเอียด
สรุปได้ว่า ข่าวการชะลอตัวของเงินเฟ้อสหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกครั้งใหญ่ที่กระตุ้นตลาดหุ้นทั่วโลกให้พุ่งทะยาน โดยนักลงทุนต่างคาดหวังถึงการสิ้นสุดของวัฏจักรดอกเบี้ยสูง แต่ทั้งนี้ ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องจับตาดูการสื่อสารและตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาจาก Fed อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากความผันผวนของตลาดแรงงานและราคาพลังงานยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินโลกในอนาคตอันใกล้

















