สรุปข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ‘เฟด’ คงดอกเบี้ย จับตาท่าทีเข้มงวด ‘เงินเฟ้อระยะสุดท้าย’ ดันตลาดหุ้นทั่วโลก

0
27






สรุปข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ‘เฟด’ คงดอกเบี้ย จับตาท่าทีเข้มงวด ‘เงินเฟ้อระยะสุดท้าย’ ดันตลาดหุ้นทั่วโลก


สรุปข่าวล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ‘เฟด’ คงดอกเบี้ย จับตาท่าทีเข้มงวด ‘เงินเฟ้อระยะสุดท้าย’ ดันตลาดหุ้นทั่วโลก

กรุงเทพฯ – สำนักข่าวการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินล่าสุด โดยมีใจความสำคัญมุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิมในการประชุมครั้งล่าสุด พร้อมส่งสัญญาณถึงแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินที่ ‘ระมัดระวัง’ ท่ามกลางการจับตาความคืบหน้าของการควบคุมอัตราเงินเฟ้อในระยะสุดท้าย ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นทั่วโลก

บทวิเคราะห์จาก Bloomberg: ตลาดกระทิงถูกตอกย้ำด้วยกำไรที่ขยายตัว

รายงานจาก Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า การที่ Fed เลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบัน เป็นการตอกย้ำถึงแนวโน้มของ ‘ตลาดกระทิง’ (Bull Market) ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์ของ Bloomberg ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนภาวะตลาดกระทิงในครั้งนี้ มาจากการผ่อนคลายของอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง และการขยายตัวของอัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม

มีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญบน Bloomberg Radio ว่า การลดลงของอัตราเงินเฟ้อและการเติบโตของกำไรบริษัท เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะ ‘Soft Landing’ หรือการชะลอตัวอย่างนุ่มนวล แทนที่จะเป็นภาวะถดถอยที่รุนแรง นอกจากนี้ มุมมองในเชิงบวกยังคาดการณ์ว่า หาก Fed เริ่มส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการในไตรมาสถัดไป ดัชนี S&P 500 อาจมีโอกาสทะยานขึ้นเหนือระดับ 7,000 จุดได้ ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังของตลาดที่มองข้ามความผันผวนระยะสั้นไปสู่การเติบโตในอนาคต

มุมมองจาก CNBC: ความระมัดระวังต่อ ‘เงินเฟ้อระยะสุดท้าย’

ด้าน CNBC ให้ความสำคัญกับการรายงานท่าทีที่ ‘ระมัดระวัง’ ของเจ้าหน้าที่ Fed และความเห็นของนักลงทุนในวอลล์สตรีท โดยเน้นย้ำถึงคำกล่าวของประธาน Fed ที่ระบุว่า แม้จะมีความคืบหน้าอย่างมากในการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น จนกว่าจะถึง ‘เงินเฟ้อระยะสุดท้าย’ (Inflation’s Last Mile)

รายงานของ CNBC อ้างถึงความเห็นของ นายทอม บาร์คิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาริชมอนด์ ที่กล่าวว่า Fed จำเป็นต้องนำอัตราดอกเบี้ยกลับสู่ระดับที่เป็นกลาง (Neutral Level) ในขณะที่ต้องรอการยืนยันความสำเร็จในการจัดการกับเงินเฟ้อใน “ระยะสุดท้าย” นั่นหมายความว่า Fed ยังคงเปิดทางสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หากข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่ยังคงสนับสนุน แต่จะดำเนินการด้วยความรอบคอบและไม่เร่งรีบ

บรรยากาศในห้องค้าของ CNBC สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อมั่น แต่ก็มีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงใหม่ที่เข้ามากระทบต่อตลาดและกดดันให้เกิดแรงซื้อ-ขายทำกำไรในระยะสั้น

รายงานจาก Reuters: นโยบายการเงินโลกที่เริ่มแตกต่าง

สำหรับ Reuters ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่มีมุมมองระดับโลก ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบจากการตัดสินใจของ Fed ที่ก่อให้เกิดความแตกต่างของนโยบายการเงิน (Policy Divergence) ระหว่างธนาคารกลางหลักของโลก

Reuters รายงานว่า ขณะที่สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่การผ่อนคลายทางการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลายประเทศในยุโรปและเอเชียยังคงเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในยุโรปที่ต้องจับตาการตรวจสอบเศรษฐกิจครั้งสำคัญ รวมถึงการตัดสินใจนโยบายการเงินล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และผลประกอบการของบริษัทใหญ่

การที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงมีเสถียรภาพในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เผชิญกับแรงกดดันด้านค่าเงินและการไหลออกของเงินทุน รายงานของ Reuters สรุปว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ปี 2569 ที่มีการผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไปและไม่สม่ำเสมอ โดยที่ยุคของอัตราดอกเบี้ยใกล้ศูนย์นั้นไม่น่าจะกลับมาอีกแล้ว

สรุปและแนวโน้มในอนาคต

โดยสรุปแล้ว รายงานจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดการเงินโลกกำลังอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ควบคู่ไปกับความระมัดระวังต่อการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้ออย่างยั่งยืน ตลาดหุ้นยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า Fed จะเลือก ‘จังหวะเวลา’ ใดในการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก เพื่อตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างประเทศ.

หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้เป็นการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข่าวสาธารณะของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters เพื่อนำเสนอภาพรวมสถานการณ์การเงินโลก ณ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569.