สรุปข่าวเด่นจากบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดันตลาดการเงินโลกพุ่งรับ

0
36






สรุปข่าวเด่นจากบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์


สรุปข่าวเด่นจากบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์: เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดันตลาดการเงินโลกพุ่งรับ

สำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้งบลูมเบิร์ก (Bloomberg), ซีเอ็นบีซี (CNBC) และรอยเตอร์ (Reuters) ต่างรายงานข่าวตรงกันถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Dovish Forward Guidance) อย่างชัดเจนหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ล่าสุด ซึ่งส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ “Relief Rally” ในตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Bloomberg: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งเหว ดันเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่

บลูมเบิร์กรายงานโดยเน้นย้ำถึงปฏิกิริยาของตลาดตราสารหนี้ โดยระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-Year Treasury Yield) ได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน หลังจากการแถลงของประธานเฟดที่ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง. การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรนี้เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าต้นทุนการกู้ยืมในระยะยาวของสหรัฐฯ กำลังลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ บลูมเบิร์กยังวิเคราะห์ถึงการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนสถาบัน (Institutional Capital Flow) โดยพบว่ามีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Assets) เข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ตอกย้ำถึงความคาดหวังของตลาดที่เชื่อว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้สิ้นสุดลงแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุคของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

CNBC: “Relief Rally” ดันดัชนี Nasdaq พุ่งสูงสุดในรอบปี

ซีเอ็นบีซีรายงานด้วยความตื่นเต้น โดยมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีหลักทั้งสาม ได้แก่ ดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average), S&P 500 และแนสแด็ก (Nasdaq Composite) ต่างปิดตลาดด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นที่ตั้งของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ได้พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี เนื่องจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและกระตุ้นการลงทุน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่ปรากฏในรายการของ CNBC หลายคนให้ความเห็นว่า การที่เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายได้สร้างความโล่งใจให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูง (CEO) ของบริษัทชั้นนำหลายแห่งได้แสดงความเห็นในเชิงบวกว่า การลดความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินจะนำไปสู่การเพิ่มการลงทุนในโครงการขยายธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการจ้างงานและกำไรของบริษัทในไตรมาสถัดไป การวิเคราะห์ของ CNBC ชี้ให้เห็นว่า ตลาดได้เริ่ม “Price In” หรือรับรู้ราคาของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดไปแล้ว

Reuters: ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พาวเวลล์ย้ำ “ยืดหยุ่น”

รอยเตอร์ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่เน้นการรายงานข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ได้รายงานถึงถ้อยแถลงของคณะกรรมการ FOMC โดยระบุว่า เฟดได้ปรับเปลี่ยนภาษาในแถลงการณ์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ “ติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด” และแสดงความ “ยืดหยุ่น” ต่อการดำเนินนโยบายในอนาคต ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตลาดตีความว่าเป็นการเปิดประตูสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน รอยเตอร์ยังได้รายงานถึงผลกระทบต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ทั่วโลกทันทีหลังการแถลงข่าว การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Prices) อาทิ ทองคำ และน้ำมันดิบ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มีราคาถูกลงสำหรับผู้ที่ถือครองสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

โดยสรุปแล้ว การรายงานข่าวจากทั้งสามสำนักข่าวระดับโลกได้สะท้อนภาพรวมของตลาดการเงินที่ตอบรับในเชิงบวกต่อสัญญาณผ่อนคลายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น, การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร, การไหลเข้าของเงินทุนสู่ตลาดเกิดใหม่ และการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินโลกในต้นปี 2569 นี้