สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหลัง “เฟด” คงดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณตึงตัว

0
27






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหลัง “เฟด” คงดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณตึงตัว


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหลัง “เฟด” คงดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณตึงตัว

วอชิงตัน ดี.ซี. – สำนักข่าวการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้รายงานข่าวที่ตรงกันถึงปฏิกิริยาของตลาดการเงินทั่วโลก ภายหลังจากการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ เฟด) ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 การตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในความคาดหมายของตลาด แต่มีถ้อยแถลงที่ค่อนข้าง “ตึงตัว” (Hawkish Hold) ได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้น, อัตราแลกเปลี่ยน, และราคาทองคำทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

การคงอัตราดอกเบี้ย: สัญญาณที่ชัดเจนจากเฟด

รายงานจากหลายสำนักระบุว่า เฟดได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5%–3.75% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยที่สูงอย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลง แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระดับสูง. นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความยืดหยุ่นทางนโยบาย และระบุว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ. แม้ว่าการคงอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ แต่การที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววัน ได้ถูกตีความว่าเป็น “การคงอัตราดอกเบี้ยแบบตึงตัว” (Hawkish Hold) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์ของนักลงทุน.

ปฏิกิริยาในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชีย

หลังจากการประกาศของเฟด ตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ (US Stock Indexes) ปิดตลาดโดยมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในวันพุธ (28 ม.ค. 2569). อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการตัดสินใจ ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้น เนื่องจากดัชนี S&P 500 ได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล.

ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชีย (Asian Stock Markets) ในเช้าวันพฤหัสบดี (29 ม.ค. 2569) ได้แสดงความผันผวนอย่างชัดเจน. รายงานของ CNBC และ Reuters ชี้ว่า ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในตอนแรก เนื่องจากนักลงทุนตีความว่าการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นการสิ้นสุดวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย. อย่างไรก็ตาม บางตลาดก็เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อยในระหว่างวัน เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น และท่าทีที่ไม่ชัดเจนของเฟดในการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย.

ความผันผวนในตลาดทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เผชิญกับความผันผวนครั้งประวัติการณ์ โดยเฉพาะราคาทองคำ (Gold) ซึ่งมีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงก่อนการประกาศ แต่กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็วภายหลังการประกาศของเฟด. การที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณตึงตัว ทำให้ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ถูกกดดันและปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุด.

ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ได้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยแตะระดับสูงสุดของวัน หลังจากการตัดสินใจของเฟด ซึ่งสอดคล้องกับการตีความว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้หนี้สินของสหรัฐฯ น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้น. การแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ราคาทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยบางประเภทอ่อนตัวลง.

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก: การผ่อนคลายที่ยังไม่ทั่วถึง

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg และ Reuters สรุปตรงกันว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงและการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังไม่ทั่วถึง โดยมีความแตกต่างด้านนโยบายที่กว้างขึ้นระหว่างประเทศ. ตลาดทุนภาคเอกชนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่นอกเหนือไปจากการเงินโครงการแบบดั้งเดิม.

นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึงการเร่งตัวของการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคการผลิตทั่วเอเชียและยุโรป เพื่อรับมือกับวิกฤตแรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจควบคู่ไปกับนโยบายการเงิน.

โดยสรุป การตัดสินใจล่าสุดของเฟดได้สร้างความผันผวนในระยะสั้นให้กับตลาดโลก แต่ยังคงเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแนวโน้มการชะลอตัวของเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นหัวข้อข่าวหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากสำนักข่าวการเงินชั้นนำต่อไป

อ้างอิง: