สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์, นโยบายการค้า และกระแส AI
กรุงเทพฯ, 1 มีนาคม 2569 – สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้น.
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต และบาห์เรน ด้านเกาหลีเหนือได้ออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็น “การรุกรานที่ผิดกฎหมาย” ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง โดยทรงเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิด “โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่”
ผลจากความขัดแย้งนี้ อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเจ้าหน้าที่ในภารกิจกองทัพเรือของสหภาพยุโรป (อียู) ได้รับแจ้งจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ว่า “ไม่มีเรือลำใดได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทน้ำมันและก๊าซรายใหญ่หลายแห่งระงับการขนส่งผ่านช่องแคบ และนักวิเคราะห์เตือนถึงโอกาสที่ราคาน้ำมันทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนในสัปดาห์หน้า เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านอุปทาน
นโยบายการค้าสหรัฐฯ และแรงกดดันต่อตลาดโลก
ประเด็นนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตราอื่น ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นยุโรปได้ปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อภูมิทัศน์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป ขณะที่รัฐสภายุโรปได้ชะลอกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-สหภาพยุโรป เพื่อแสวงหาความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการเก็บภาษีของวอชิงตัน
นอกจากนี้ ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับเงินภาษีศุลกากรประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกเรียกเก็บไปแล้วภายใต้นโยบายภาษีเดิมของทรัมป์ ว่าจะมีการคืนเงินให้แก่ธุรกิจต่างๆ หรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระบวนการที่ยืดเยื้อและซับซ้อน และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายอีกหลายปี นักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่านโยบายภาษีใหม่นี้อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและภาวะเงินเฟ้อ
การลงทุนในเทคโนโลยี AI และทิศทางตลาด
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ SpaceX ของ Elon Musk กำลังเตรียมยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) แบบเป็นความลับ ซึ่งอาจทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะยื่นเอกสารได้เร็วที่สุดในเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้ OpenAI ได้ระดมทุนได้ 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรอบการระดมทุนล่าสุด โดยมี Amazon, Nvidia และ SoftBank เป็นผู้ลงทุน
Nvidia ยังคงแสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งและคาดการณ์รายได้ที่โดดเด่นสำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570 โดยคาดการณ์รายได้ที่ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก สะท้อนถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่ออัตราการว่างงาน ซึ่งงานวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ว่าอาจเพิ่มขึ้นถึง 10% รวมถึงความยั่งยืนของการลงทุน AI จำนวนมหาศาล กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ลงนามข้อตกลงมูลค่าสูงสุด 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำหลายแห่ง รวมถึง Anthropic, OpenAI และ Google เพื่อใช้ประโยชน์จาก AI ในด้านกลาโหม
แนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายธนาคารกลาง
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% รายงานการประชุมของ Fed สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น
ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมที่สูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อ และทำให้ Fed เผชิญทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือคงดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า อย่างไรก็ตาม บางหน่วยงานคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี ในข่าวดีสำหรับผู้บริโภค ราคากาแฟอาจลดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเป็นประวัติการณ์ในฤดูกาลที่จะถึงนี้


















