สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: วิกฤตตะวันออกกลางเขย่าโลก จับตาราคาน้ำมันและตลาดหุ้น
วันที่ 1 มีนาคม 2569
สถานการณ์โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจหลัก
วิกฤตตะวันออกกลาง: การโจมตีอิหร่านและผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก, ซีเอ็นบีซี และรอยเตอร์ส รายงานตรงกันถึงสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ และมีรายงานการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ลดระดับโครงการนิวเคลียร์ลง และอิสราเอลยืนยันว่าได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบขีปนาวุธพิสัยไกลและระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ด้านสื่อทางการอิหร่านได้ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการโจมตีส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 ราย
เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายความกังวลอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังอิหร่านได้ประกาศเตรียมตอบโต้ครั้งใหญ่ และมีการเตือนให้เรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยนักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจทะยานแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้พุ่งขึ้น 10% แตะระดับราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้วในการซื้อขายนอกตลาดวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยเอเชียมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้ซื้อก๊าซจากกาตาร์รายใหญ่ และการค้า LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดแล้ว สถานการณ์นี้ทำให้หลายประเทศในเอเชียต้องเร่งประเมินสต็อกน้ำมันและมองหาเส้นทางขนส่งและแหล่งจัดหาทางเลือก ด้านกลุ่ม OPEC+ ได้เห็นชอบเพิ่มกำลังการผลิตเพียง 206,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และนักวิเคราะห์เตือนว่าโอเปกมีศักยภาพสำรองเหลือไม่มากนัก
ปฏิกิริยาและการรับมือทั่วโลก
นานาชาติได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์นี้ เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบทันที ขณะที่จีนได้ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้หยุดยิงและกลับสู่การเจรจา และได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนในอิสราเอลและอิหร่านให้เร่งอพยพ
สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงานและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่งที่จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกประเมินผลกระทบต่อการส่งออกไทยอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 61 วัน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ออกแถลงการณ์แจ้งว่าตลาดหุ้นไทยจะเปิดทำการซื้อขายตามปกติในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 และมีมาตรการรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งแนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุน
ความกังวลด้าน AI และนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
นอกเหนือจากวิกฤตในตะวันออกกลาง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากความกังวลต่อผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจสร้างความปั่นป่วนให้หลายอุตสาหกรรมและอาจทำให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 10% นอกจากนี้ นโยบายภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินหน้าปรับขึ้นภาษีทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% ก็ยังคงสร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินสกัดมาตรการภาษีฉุกเฉินของทรัมป์ ซึ่งช่วยหนุนตลาดหุ้นบางส่วน
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2569
โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และสงครามการค้าที่ยังไม่จบสิ้น แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและ AI แต่ก็มีความเปราะบางจากความมั่งคั่งที่กระจุกตัวและนโยบายภาษี ในขณะที่ยุโรปเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศ และญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีเงินเฟ้อและค่าจ้างที่ขยายตัว ซึ่งอาจสร้างโอกาสใหม่ในการลงทุน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการลงทุนแบบเลือกจุดและจับตาเส้นทางดอกเบี้ย ทิศทางค่าเงิน และความเสี่ยงเชิงนโยบายการค้าอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ปัจจุบันเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนและปัจจัยเสี่ยงที่ไม่คาดคิด เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะต่อไป


















