สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์ตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง ตลาด AI ร้อนแรง

0
40






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์ตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง ตลาด AI ร้อนแรง


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สถานการณ์ตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง ตลาด AI ร้อนแรง

รายงานโดยทีมข่าวเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยเฉพาะความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะเดียวกัน ตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงร้อนแรงด้วยการลงทุนมหาศาลและการแข่งขันที่ดุเดือด.

สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ความขัดแย้งที่จุดชนวนราคาน้ำมัน

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงต้นเดือนมีนาคม โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่เป้าหมายในอิสราเอลและรัฐอ่าวอาหรับบางแห่ง สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 10% แตะระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายนอกตลาดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจทะยานเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสูงกว่านั้น หากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกถูกปิด. อิหร่านได้ออกคำเตือนให้เรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากมากกว่า 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลกถูกลำเลียงผ่านช่องแคบนี้. หากช่องแคบปิดจริง ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจหายไปถึง 8-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน.

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ได้เห็นพ้องที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพียงเล็กน้อยที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง 0.2% ของอุปสงค์น้ำมันโลก. การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความระมัดระวังในการตอบสนองต่อสถานการณ์ความผันผวน.

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและการรับมือ

สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงานกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอใช้ได้ 61 วัน ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569. อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานประเมินว่า ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศอาจปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย.

กระทรวงการคลังได้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง” (Economic War Room) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบใน 6 ด้าน ได้แก่ พลังงานและต้นทุนการผลิต อัตราเงินเฟ้อ ตลาดเงิน ตลาดทุนและอัตราแลกเปลี่ยน ภาคการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และแรงงาน. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 0.3% โดยได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยืนยันว่าจะเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ตามปกติในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 แต่ได้แนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุน. ทองคำและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในระยะสั้น.

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและนโยบายธนาคารกลาง

แม้จะมีความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดย Reuters คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะยังคงเติบโตในอัตรา 3%. ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงอย่างน้อยเดือนมิถุนายน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%. ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปีนี้. ด้านนโยบายการค้า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ที่อัตรา 15% ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง.

การลงทุนใน AI และการปรับโครงสร้างของ CNBC

ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่. OpenAI ได้ปิดการระดมทุนรอบล่าสุดที่ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ โดยมี Amazon, NVIDIA และ SoftBank ร่วมลงทุน. ขณะที่ NVIDIA เองก็รายงานผลประกอบการและคาดการณ์ที่แข็งแกร่ง พร้อมแผนงานพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับศูนย์ข้อมูลไปจนถึงปี 2571. อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า OpenAI กำลังมองหาทางเลือกอื่นแทนชิปบางรุ่นของ NVIDIA จากคู่แข่งอย่าง AMD, Cerebras และ Groq.

ในส่วนของสำนักข่าว CNBC เอง กำลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างห้องข่าวเพื่อรวมการดำเนินงานด้านโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 12 ตำแหน่ง รวมถึงบรรณาธิการบริหารของเว็บไซต์ และมีแผนที่จะเปิดใช้งานระบบ Paywall สำหรับเว็บไซต์ด้วย.

สรุปได้ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกัน การลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นความหวังและแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน.