ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตะวันออกกลางระอุ, ตลาดโลกผันผวน, เฟดคงดอกเบี้ย

0
27






ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตะวันออกกลางระอุ, ตลาดโลกผันผวน, เฟดคงดอกเบี้ย


ข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตะวันออกกลางระอุ, ตลาดโลกผันผวน, เฟดคงดอกเบี้ย

รายงานข่าวโดย: ทีมข่าว (อ้างอิงจาก Bloomberg, CNBC, Reuters)

สถานการณ์โลกในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงท่าทีผสมผสาน ท่ามกลางการจับตาดูนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างใกล้ชิด.

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในภาวะวิกฤตอีกครั้ง หลังจากมีรายงานการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน การโจมตีดังกล่าวตามมาด้วยการตอบโต้จากกรุงเตหะราน โดยพุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงอิสราเอล กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย อิรัก และโอมาน นอกจากนี้ เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ ลำหนึ่งถูกโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งคาบสมุทรมูซันดัมของโอมาน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย

ความกังวลที่สำคัญคือภัยคุกคามจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยราว 20-30% ของปริมาณน้ำมันและก๊าซทั่วโลกถูกขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ การปิดช่องแคบอาจทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ผลจากเหตุการณ์นี้ ทำให้สายการบินหลายแห่งต้องระงับเที่ยวบินเข้าและออกจากตะวันออกกลาง และบริษัท DP World ได้ระงับการดำเนินงานที่ท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ ในประเทศไทย บริษัทท่าอากาศยานไทย (AOT) รายงานว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลางแล้ว 20 เที่ยวบิน กระทบผู้โดยสาร 2,000-3,000 คน อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังคงให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีเส้นทางบินผ่านพื้นที่ที่มีการโจมตี

สถานการณ์ยังลุกลามไปยังปากีสถาน โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย ใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี หลังเกิดการประท้วงต่อต้านการเสียชีวิตของคาเมเนอี

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและทองคำ

จากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนอย่างมากในสัปดาห์หน้า โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ฟิวเจอร์สอยู่ที่ประมาณ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับราคาน้ำมันในประเทศของไทย ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 มีการปรับขึ้นราคาสำหรับน้ำมันทุกชนิด โดยราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ส่วนใหญ่ยังคงที่ หลังจากที่เคยปรับลดราคาลง 30 สตางค์ต่อลิตรไปก่อนหน้านี้ ส่วนราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกชนิดไม่มีการปรับเปลี่ยนราคาเช่นกัน โดยคงราคาเดิมมาตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ราคาทองคำก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนอย่างสูง ทำให้ร้านทองบางแห่งในไทยต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว

ทิศทางตลาดหุ้นและนโยบายการเงิน

ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงท่าทีผสมผสาน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีแรงเทขายหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยีอย่างหนัก เช่นเดียวกับดัชนี Nasdaq และ S&P500 ที่ปิดลบจากการร่วงลงของหุ้นเทคโนโลยี ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นยุโรปบางแห่งปิดบวกจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิปและยานยนต์ แต่บางแห่งก็ปรับตัวลงจากกลุ่มเทคโนโลยีและเฮลท์แคร์

ตลาดหุ้นเอเชียก็เคลื่อนไหวหลากหลาย โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดบวก ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ 3 วันติดต่อกัน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จากความหวังเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับตลาดหุ้นไทยเองก็มีความผันผวนและปิดลบเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ 3.5% – 3.75% ในการประชุมเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นการหยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ดำเนินมาในช่วงก่อนหน้า ตลาดมองว่าโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม 2569 นั้นมีน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปี 2569 การประชุมของคณะกรรมการ FOMC ครั้งต่อไปมีกำหนดในวันที่ 18 มีนาคม 2569

นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจยังรวมถึงผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อภาคธุรกิจ โดยบริษัท Block มีการเลิกจ้างพนักงานถึง 40% เนื่องจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI อย่างไรก็ตาม บริษัท Nvidia รายงานผลประกอบการและแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์รายได้จากเซิร์ฟเวอร์ AI จะเพิ่มขึ้นสองเท่าในปี 2570

ในส่วนของนโยบายการค้า ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกนโยบายภาษี “ตอบโต้” ทั่วโลกของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วประมาณ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้อาจยืดเยื้อและซับซ้อน ขณะที่ CNBC ก็กำลังปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรวมการดำเนินงานข่าวโทรทัศน์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานเกือบ 12 ตำแหน่ง โดยมีแผนจะเปิดตัวระบบ Paywall สำหรับเว็บไซต์ด้วย

สรุปแล้ว สถานการณ์โลกยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก รวมถึงการปรับตัวของตลาดการเงินและนโยบายของธนาคารกลาง ซึ่งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด.