อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ยหนุนตลาดสหรัฐฯ พุ่งทำนิวไฮ ขณะที่จีนเร่งออกมาตรการกระตุ้น

0
89






อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลก: เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ยหนุนตลาดสหรัฐฯ พุ่งทำนิวไฮ ขณะที่จีนเร่งออกมาตรการกระตุ้น


อัปเดตข่าวเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters: เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ยหนุนตลาดสหรัฐฯ พุ่งทำนิวไฮ ขณะที่จีนเร่งออกมาตรการกระตุ้น

รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของทิศทางเศรษฐกิจในสองมหาอำนาจหลัก โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่องจากความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สวนทางกับเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว ทำให้รัฐบาลต้องเร่งพิจารณามาตรการกระตุ้นขนานใหญ่เพื่อพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์และการบริโภค.

แรงหนุนจากเงินเฟ้อชะลอ: S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติใหม่

ตลาดการเงินโลกยังคงได้รับอานิสงส์จากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสอดคล้องกับความคาดการณ์ของตลาด โดยข้อมูลดังกล่าวได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะสามารถเริ่มกระบวนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นทะยานขึ้นอย่างคึกคัก.

สำนักข่าว Reuters และ CNBC รายงานว่า ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq สามารถปิดตลาดทำสถิติสูงสุดใหม่ (Record Highs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Stocks) ที่เป็นผู้นำในการขยายตัวของตลาดสหรัฐฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่สี่. ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยยังส่งผลดีต่อราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดย Bloomberg ชี้ว่า ทองคำยังคงมีทิศทางที่สดใสและมีโอกาสทำกำไรต่อเนื่องเป็นเดือนที่สี่ จากความเชื่อมั่นในนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของ Fed.

นอกจากนี้ รายงานจากแหล่งข่าวหลายแห่งยังระบุถึงการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ระดับภูมิภาคเพื่อหาเบาะแสที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป โดยมีการคาดการณ์ว่า Fed อาจส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยได้อีกสองครั้งก่อนสิ้นปี. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนที่ถูกอ้างถึงโดย Reuters ได้เตือนถึงการประเมินมูลค่าหุ้นสหรัฐฯ ที่สูงเกินไป ซึ่งอาจนำมาซึ่งความผันผวนในระยะถัดไป.

จีนเร่งพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่

ในขณะที่ตลาดสหรัฐฯ สดใส เศรษฐกิจจีนกลับเผชิญกับความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข รายงานจาก Bloomberg News และ Reuters ระบุว่า รัฐบาลจีนกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างน้อยหนึ่งโหลมาตรการ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนครั้งใหญ่สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (PBOC) เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว.

ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาสล่าสุดที่เติบโตเพียง 5.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ได้ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลในการออกมาตรการใหม่. ความผันผวนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจจีน และการเติบโตของค่าจ้างที่อยู่ในระดับต่ำ ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง.

รายงานของ Bloomberg ยังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการระดมทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์และหน่วยงานการเงินท้องถิ่น (LGFVs) ผ่านการออกตราสารหนี้นอกประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการจัดการกับภาระหนี้สินในภาคอสังหาริมทรัพย์. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายได้แสดงความกังวลว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดฟองสบู่ของสินทรัพย์ใหม่ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือทำให้อัตราหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นที่สูงอยู่แล้วยิ่งรุนแรงขึ้น.

บทสรุปและแนวโน้ม: สองทิศทางของเศรษฐกิจโลก

ภาพรวมข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในสัปดาห์นี้ แสดงให้เห็นถึงสองทิศทางที่ชัดเจน: สหรัฐฯ ที่กำลังเพลิดเพลินกับความหวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งผลักดันให้ตลาดทุนทำสถิติใหม่ และจีนที่กำลังต่อสู้กับความท้าทายทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยต้องพึ่งพามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐอย่างเข้มข้น. การดำเนินนโยบายของ Fed และความสำเร็จของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดโลกช่วงปลายปีและต้นปีหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

แหล่งที่มา: รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจาก Bloomberg News, CNBC, และ Reuters