สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เกาะติดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน
กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2569 – สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างจับตาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้น.
นโยบายภาษีสหรัฐฯ และแรงสั่นสะเทือนทางการค้าโลก
ประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเคลื่อนไหวของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินหลายรายการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยสำหรับสินค้าจากหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และบราซิล ลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหม่ในอัตรา 15% ทันที โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 แทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนและแนวโน้มความตึงเครียดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์ในศาลสูงสุดนับตั้งแต่กลับสู่ทำเนียบขาวเมื่อ 13 เดือนที่แล้ว ขณะที่สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าที่เคยบรรลุกันไว้
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางและการเติบโตเศรษฐกิจโลก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% รายงานการประชุมของ Fed เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดว่าจะมีการปรับลดเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า อย่างไรก็ตาม บางหน่วยงาน เช่น SCB EIC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดี
การลงทุนใน AI และเทคโนโลยี: สนามรบใหม่ของมหาอำนาจ
ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันระดับโลก รายงานจาก CNBC ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกกำลังอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย ทำให้อินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง AI แห่งใหม่ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้เปิดตัวโครงการ “Tech Corps” ภายใต้ Peace Corps โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ในประเทศพันธมิตรและช่วยประเทศเหล่านั้นนำระบบ AI ขั้นสูงไปประยุกต์ใช้งาน ในส่วนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เกาหลีใต้มีการส่งออกที่โดดเด่นจากชิป ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ AI ที่สูง คาดการณ์ว่า Samsung และ SK Hynix จะปรับขึ้นราคาชิป HBM4 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอุปทานตึงตัวและอุปสงค์สูงจาก Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI ก็สร้างความท้าทายใหม่ๆ เช่น เครื่องมือ “Claude Code Security” ของ Anthropic ที่สแกนและแก้ไขช่องโหว่ของโค้ดได้อัตโนมัติ ทำให้หุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์บางส่วนปรับตัวลดลงจากความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยแบบดั้งเดิม
ความเคลื่อนไหวของตลาดและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ตลาดการเงินโลกยังคงตอบสนองต่อข่าวสารต่างๆ อย่างรวดเร็ว ราคา Bitcoin ได้ร่วงลงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศแผนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% เช่นเดียวกับราคาทองคำที่เผชิญความผันผวนในช่วงต้นเดือน แต่ก็กลับมาปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% และยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้อีกครั้งจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ในด้านตลาดหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในบางช่วง โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัว ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มกลาโหมและธนาคาร และสัญญาณเงินเฟ้อที่ชะลอตัวในอังกฤษ สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น มีผลงานที่โดดเด่นที่สุดในโลกในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีทะยานขึ้นกว่า 10% และมีนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิเป็นมูลค่าสูง
บทสรุป
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ท่ามกลางนโยบายการค้าที่ยังไม่แน่นอน ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงสูง และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ที่ทวีความรุนแรงขึ้น นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น.


















