สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สงครามภาษีสหรัฐฯ ป่วนตลาดโลก เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็น และ AI ขับเคลื่อนการลงทุน

0
89

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: สงครามภาษีสหรัฐฯ ป่วนตลาดโลก เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็น และ AI ขับเคลื่อนการลงทุน

เผยแพร่: 23 กุมภาพันธ์ 2569


สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก และกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในตลาดทุน ท่ามกลางรายงานข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด.

สงครามภาษีสหรัฐฯ จุดชนวนความกังวลระลอกใหม่

ประเด็นร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้คือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ระงับมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ทำให้ภาษีนำเข้าเดิมถูกยกเลิกไปชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ความโล่งใจของตลาดมีเพียงช่วงสั้นๆ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศทันทีในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 150 วัน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากต่อการค้าโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น จีน สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร สำหรับประเทศไทย แม้ว่าการยกเลิกภาษีเดิมจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนผู้ส่งออกในระยะสั้น แต่ผลบวกมีแนวโน้มจำกัดและชั่วคราว เนื่องจากจีนก็ได้รับอัตราภาษีในระดับเดียวกัน ทำให้แรงจูงใจในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลง โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่าความผันผวนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ควบคู่กับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ อาจกดดันการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติในปี 2569

ทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายการเงินทั่วโลก

รายงานล่าสุดเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารกลางทั่วโลกจับตาดูอย่างใกล้ชิด ในสหรัฐฯ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) เดือนธันวาคม 2568 เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% ขณะที่ดัชนี Core PCE ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.0% สูงกว่าการคาดการณ์เช่นกัน ตัวเลขเหล่านี้อาจส่งผลต่อการพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะต่อไป

ในยุโรป สหราชอาณาจักรรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคมที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3% ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในไม่ช้า ขณะที่เยอรมนีมีอัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเป็น 2.1% ส่วนในออสเตรเลีย ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 3.85% ในเดือนธันวาคม 2568 และส่งสัญญาณว่าจะไม่รีบร้อนปรับลดดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ที่ 3.8%

สำหรับประเทศไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 เหลือ 1.6% โดยชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ (เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ -0.66% เมื่อเทียบรายปี) อาจเปิดทางให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 10.3% ในปี 2569 โดยประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์อยู่ที่ 10.8% ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปถึง 15 เท่า

ตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์

ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงหลังจากข่าวภาษีใหม่ของทรัมป์ และได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบางกลุ่ม รวมถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกรับสัญญาณเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรที่ผ่อนคลายลง ในขณะที่ตลาดเอเชียมีการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน

ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) สำหรับไตรมาส 4 ปี 2569 ขึ้น 6 ดอลลาร์ เป็น 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ เนื่องจากระดับสต็อกน้ำมันในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ในระดับต่ำ ราคาทองคำ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็มีการปรับตัวขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์

เทคโนโลยี AI ยังคงเป็นดาวเด่น

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นธีมหลักที่ขับเคลื่อนการลงทุนและนวัตกรรมทั่วโลก สหรัฐฯ ได้จัดตั้งโครงการ “Tech Corps” เพื่อเสริมสร้างบทบาทในตลาด AI ระหว่างประเทศ การส่งออกชิปของเกาหลีใต้มีการเติบโตอย่างโดดเด่นจากความต้องการ AI ที่สูง ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่เช่น SK Hynix, Samsung, TSMC และ Nvidia นอกจากนี้ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนก็แสดงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI ก็สร้างความท้าทายเช่นกัน โดยหุ้นกลุ่ม Cybersecurity ได้รับผลกระทบจากการเปิดตัวเครื่องมือ “Claude Code Security” ของ Anthropic ที่สามารถสแกนและแก้ไขช่องโหว่ของโค้ดได้อัตโนมัติ ทำให้นักลงทุนกังวลว่า AI อาจเข้ามาทดแทนซอฟต์แวร์ความปลอดภัยแบบดั้งเดิม

ภาพรวมและแนวโน้ม

โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเต็มไปด้วยปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่กลับมาสร้างความกังวลอีกครั้ง ทิศทางเงินเฟ้อที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค และการพิจารณานโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ในขณะที่การลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นความหวังและตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้น นักลงทุนและผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว.