สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนและการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Fed

0
100






สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนและการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Fed


สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนและการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Fed

เผยแพร่: 28 พฤศจิกายน 2568

วอชิงตัน/นิวยอร์ก/ลอนดอน – รายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังคงผันผวนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในช่วงปลายปี 2568 โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่การส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่ผสมผสาน และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ

สัญญาณผ่อนคลายจาก Fed: โพล Reuters ชี้ลดดอกเบี้ย 25 bps

ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการประชุมครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเดือนธันวาคมอย่างใกล้ชิด รายงานผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 จุดพื้นฐาน (basis points) ในการประชุมครั้งถัดไป การคาดการณ์นี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวในตลาด ซึ่งข้อมูลจาก CME Group ชี้ว่า เทรดเดอร์ในตลาดอนุพันธ์มองเห็นความเป็นไปได้ถึง 85% ที่ Fed จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยลงในเดือนธันวาคม

การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นผลต่อเนื่องมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งทำให้ช่วงเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ย Fed Funds อยู่ที่ 3.75%–4.00% บทวิเคราะห์ของ Reuters และนักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง J.P. Morgan ต่างปรับมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า วัฏจักรการลดดอกเบี้ยของ Fed ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อประคับประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวลง

แหล่งข่าว: Reuters, Trading Economics, Investing.com

ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ สองด้าน: แรงกดดันต่อการตัดสินใจของ Fed

ขณะที่ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ย ข้อมูลเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ที่ถูกนำเสนอผ่าน CNBC และสื่อการเงินอื่น ๆ แสดงให้เห็นภาพที่ผสมผสาน ซึ่งสร้างความท้าทายต่อการตัดสินใจของ Fed ข้อมูลที่อ่อนแอของตลาดแรงงานยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ Fed พิจารณาลดดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายงานเบื้องต้นจาก ADP ที่ระบุว่า บริษัทเอกชนในสหรัฐฯ มีการลดจำนวนการจ้างงานในช่วงปลายเดือนตุลาคม นอกจากนี้ สัญญาณที่บ่งชี้ถึงข้อมูลตลาดแรงงานที่ขาดความแข็งแกร่งและการปลดพนักงานที่เพิ่มขึ้น ได้นำไปสู่การคาดการณ์ที่ว่า Fed จะต้องผ่อนคลายนโยบายเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งบางส่วนยังคงปรากฏให้เห็นในตัวเลขการเติบโตของค่าจ้าง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า การเติบโตของค่าจ้างรายปีของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคงที่ 4.5% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าธุรกิจยังคงเต็มใจที่จะลงทุนในบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานยังไม่ได้อ่อนแอลงอย่างรุนแรงตามที่บางฝ่ายกังวล ความขัดแย้งระหว่างการจ้างงานที่ลดลงกับค่าจ้างที่ยังคงสูงนี้ คือจุดที่นักวิเคราะห์ของ CNBC เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางของอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไป

แหล่งข่าว: CNBC, Engage2Excel Blog, TMB Daily Market Insight

ความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน: ปัจจัยเสี่ยงที่ Bloomberg เน้นย้ำ

นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคแล้ว ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ Bloomberg ให้ความสำคัญและรายงานอย่างต่อเนื่อง รายงานของ Bloomberg Television และ Bloomberg Tech ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีบางช่วงที่ความตึงเครียดทางการค้าดูเหมือนจะผ่อนคลายลง แต่ความขัดแย้งในประเด็นเทคโนโลยีและการค้ายังคงปะทุขึ้นเป็นระยะ ความไม่แน่นอนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการลงทุนและตลาดหุ้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดย Bloomberg Tech ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของ Peter Thiel ที่ขายหุ้น Nvidia ออกไปทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนรายใหญ่เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก นอกจากนี้ การที่จีนมีการตำหนิสหรัฐฯ ว่าเป็นสาเหตุของความตึงเครียดทางการค้ายังเน้นย้ำถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าว: Bloomberg Podcasts, Bloomberg Tech, YouTube Reports

สรุปและมุมมองไปข้างหน้า

โดยสรุป รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters ในช่วงปลายปี 2568 ได้วาดภาพของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุลครั้งใหญ่ การที่ Fed มีแนวโน้มจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเป็นสัญญาณบวกสำหรับตลาด แต่ความไม่แน่นอนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกันในสหรัฐฯ และแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยังคงต้องใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุนในระยะต่อไป ตลาดจะยังคงจับตาดูการประชุมของ Fed และความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางของตลาดในปี 2569.