สรุปข่าวเด่นประจำวัน: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด, ผลประกอบการ Microsoft, และการขยายเวลาลดกำลังผลิตน้ำมันของ OPEC+
ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาสามประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยมีรายงานข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในเดือนธันวาคม 2025, ขณะที่ภาคเทคโนโลยีได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของ Microsoft, และกลุ่ม OPEC+ สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดน้ำมันด้วยการขยายเวลาลดกำลังการผลิตออกไปอีกหนึ่งปี.
รายงานจาก Bloomberg: เฟดปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 สู่ระดับ 3.50%-3.75%
ที่มา: Bloomberg
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ได้ประกาศมติสำคัญในการประชุมเดือนธันวาคม 2025 โดยตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลาง (Fed Funds Rate) ลง 25 จุดพื้นฐาน (bps) สู่ช่วงเป้าหมายใหม่ที่ 3.50% ถึง 3.75%. การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน หลังจากที่ได้มีการปรับลดในเดือนกันยายนและตุลาคม เพื่อตอบสนองต่อสัญญาณการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อที่เข้าใกล้เป้าหมาย 2% และเพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ.
รายงานระบุว่า การดำเนินการของเฟดเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อได้คลี่คลายลงอย่างมาก และเริ่มให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการเติบโต. นอกจากนี้ “Dot Plot” หรือแผนภาพจุดที่แสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคตของเจ้าหน้าที่เฟด ยังบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 50 จุดพื้นฐาน ภายในสิ้นปี 2027. นักวิเคราะห์ตลาดมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและกระตุ้นการลงทุนในภาคธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปีใหม่.
รายงานจาก CNBC: Microsoft โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 แข็งแกร่ง เกินคาดการณ์
ที่มา: CNBC
CNBC รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2025 ที่สูงเกินกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้. บริษัทรายงานรายได้รวมสูงถึง 76.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว. ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 3.65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์อย่างมีนัยสำคัญ.
ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจคลาวด์ (Cloud Computing) โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Azure และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท. แม้ว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ จะมีความผันผวนและมีผลลัพธ์ที่ผสมผสานกัน แต่ภาคเทคโนโลยีโดยรวมยังคงเป็นผู้นำ โดยมีตัวเลขการคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS Estimates) ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดสำหรับไตรมาสที่ 4. นักลงทุนต่างจับตาดูทิศทางการลงทุนใน AI ของ Microsoft ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในปี 2026.
รายงานจาก Reuters: OPEC+ ขยายเวลาลดกำลังผลิตน้ำมันถึงสิ้นปี 2026
ที่มา: Reuters
สำนักข่าว Reuters รายงานการตัดสินใจที่สำคัญของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) ซึ่งมีมติขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบโดยสมัครใจออกไปจนถึงสิ้นปี 2026. เดิมที ข้อตกลงการลดกำลังการผลิตรวม 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะสิ้นสุดลงในปลายปี 2025. การขยายเวลาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันในตลาดโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ที่ชะลอตัวในบางภูมิภาค.
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า OPEC+ อาจเริ่มผ่อนคลายมาตรการลดกำลังการผลิตลงตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป. การขยายเวลาการลดกำลังการผลิตนี้จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที เนื่องจากอุปทานในตลาดจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป. นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ชี้ว่า การเคลื่อนไหวของ OPEC+ นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาระดับราคาให้อยู่ในช่วงเป้าหมาย และจะสร้างแรงกดดันต่อประเทศผู้บริโภคที่ต้องการให้ราคาน้ำมันลดลง.
อ้างอิง: [1, 2, 3, 4, 6, 9, 10, 11, 14, 15]



















