สรุปข่าวเด่นเศรษฐกิจโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

0
99






สรุปข่าวเด่นเศรษฐกิจโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters


สรุปข่าวเด่นเศรษฐกิจโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC, Reuters

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568

สถานการณ์ตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 ยังคงเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักจากการคาดการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และทิศทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด ซึ่งบ่งชี้ถึงบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกจากความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและสัญญาณการเติบโตของเศรษฐกิจในบางภูมิภาค

Bloomberg: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งรับความหวัง Fed ลดดอกเบี้ย

รายงานจาก Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีหลักทั้งสามดัชนีต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น หลังจากที่มีสัญญาณชัดเจนมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธันวาคม. ความคาดหวังดังกล่าวได้ผลักดันให้ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.7% ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) เพิ่มขึ้นถึง 1.1% และดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.3%.

นักวิเคราะห์ของ Bloomberg ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดคือเครื่องมือ CME FedWatch Tool ที่แสดงให้เห็นว่า โอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมีมากกว่า 80% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเดิมที่อยู่ราว 30%. ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่ลดลงเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงานที่ชะลอตัว และราคาที่สูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยที่ Fed ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน. การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยถือเป็นข่าวดีสำหรับหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks) และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถปิดเดือนพฤศจิกายนด้วยการปรับตัวสูงขึ้นเป็นเดือนที่เจ็ดติดต่อกัน.

CNBC: ข่าวองค์กรเด่นและราคาน้ำมันดิบอ่อนตัว

ด้าน CNBC ให้ความสำคัญกับข่าวสารภาคธุรกิจและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ รายงานข่าวระบุถึงการเติบโตที่โดดเด่นของ Standard Bank และการมีบทบาทนำในการเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ในการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ JSE ของแอฟริกาในปี 2568. ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของตลาดทุนในภูมิภาคแอฟริกา แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเผชิญกับความท้าทายก็ตาม

ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude oil) ลดลง 0.46% มาอยู่ที่ระดับ 71.29 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล. สาเหตุหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ทั่วโลกที่อ่อนแอลง และแผนการของกลุ่ม OPEC ที่ส่งสัญญาณว่าจะนำกำลังการผลิตที่ถูกระงับกลับมาใช้ใหม่. นอกจากนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันไม่ได้นำไปสู่ภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรุนแรง (Oil Price Shock) แต่เป็นเพียงการปรับตัวที่เกิดจากปัจจัยพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทาน.

Reuters: แนวโน้มเศรษฐกิจโลกแข็งแกร่งขึ้นและการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

สำหรับสำนักข่าว Reuters ได้นำเสนอผลสำรวจเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่น่าสนใจ โดยผลสำรวจของ Reuters บ่งชี้ว่า โมเมนตัมทางเศรษฐกิจโลกยังคงแข็งแกร่ง. มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทั่วโลกขึ้นเป็น 2.9% สำหรับปี 2569 (2026). อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ยังคงคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง.

ในขณะเดียวกัน รายงานยังระบุถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศ G20 ที่คาดว่าจะลดลงจาก 6.2% เป็น 3.6% ในปี 2568 และ 3.2% ในปี 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกของการควบคุมเงินเฟ้อ. ส่วนในตลาดเงิน Reuters รายงานว่า ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนหน้าการประชุมที่สำคัญของธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) ซึ่งเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลก. การปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสวิสสำหรับปี 2569 ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวที่เน้นย้ำถึงการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการค้าโลก.

โดยสรุป ข่าวสารล่าสุดจากสามสำนักข่าวใหญ่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินโลก โดยมีแรงหนุนจากการคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในหลายภูมิภาค แม้ว่าความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะยังคงอยู่ก็ตาม ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการลงทุนในช่วงปลายปีและต้นปีถัดไป.

(จำนวนคำโดยประมาณ: 530 คำ)