สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: การตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed, ผลประกอบการ Big Tech และราคาน้ำมันโลก

0
31






News update from Bloomberg, CNBC, Reuters – สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก


สรุปข่าวเศรษฐกิจโลก: การตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed, ผลประกอบการ Big Tech และราคาน้ำมันโลก

(News update from Bloomberg, CNBC, Reuters)

ตลาดการเงินโลกยังคงให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นหัวข้อหลักที่ถูกรายงานอย่างต่อเนื่องจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้น ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันดิบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก

1. การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed และสัญญาณการลดดอกเบี้ยในอนาคต

ตามรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg และ CNBC คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากการพิจารณาข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงยืนยันถึงความจำเป็นในการ “เฝ้าระวัง” ต่อความเสี่ยงด้านราคาที่อาจกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง.

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า แม้ว่าทางธนาคารกลางจะยังไม่เร่งรีบในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%. สัญญาณดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเติบโต (Growth Stocks) เนื่องจากนักลงทุนมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของวงจรดอกเบี้ยสูง. อย่างไรก็ตาม ตลาดตราสารหนี้ยังคงมีความผันผวน เนื่องจากมีความเห็นต่างกันในหมู่นักวิเคราะห์เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมของการเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก

2. ผลประกอบการ Big Tech ทะลุคาดการณ์: AI คือปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

สำนักข่าว Reuters และ CNBC รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Apple รายงานรายได้ที่สูงถึง 143.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเกินความคาดหมายของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ.

ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำในรายงานข่าวคือ การลงทุนขนาดใหญ่ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI). บริษัทอย่าง Microsoft, Amazon, และ Meta Platforms ได้ประกาศแผนการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งรวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และชิปประมวลผล. การประกาศเหล่านี้ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง. นักวิเคราะห์มองว่า เม็ดเงินลงทุนใน AI จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดเทคโนโลยีไปอีกหลายปีข้างหน้า และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทเหล่านี้

3. ราคาน้ำมันดิบผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และปริมาณสำรอง

ในส่วนของตลาดพลังงาน สำนักข่าว Reuters และ Bloomberg รายงานถึงความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent. ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากรายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร. อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันไม่ปรับตัวลดลงมากนัก.

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในช่องแคบที่สำคัญต่อการขนส่งน้ำมัน ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ทำให้นักลงทุนต้องเฝ้าระวัง. รายงานระบุว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันทั่วโลก และจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว. ในทางกลับกัน กลุ่ม OPEC+ ยังคงเดินหน้าตามแผนการปรับลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาในตลาดโลก ซึ่งเป็นความพยายามที่จะสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง.