อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดการเงินโลกจับตา ‘เฟด’ จ่อลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมสุดท้ายของปี 2025
ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ตลาดการเงินกำลังจับตาการประชุมครั้งสุดท้ายของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ โดยมีแนวโน้มสูงถึง 88% ที่ธนาคารกลางจะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัวลงและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ภายใต้การควบคุม
Bloomberg: วิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจ ชี้โอกาสลดดอกเบี้ยแตะ 88%
Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch Tool และการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินชั้นนำว่า ความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 ได้พุ่งสูงขึ้นถึง 88% โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า นี่จะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สามของปีนี้ หากเกิดขึ้นจริง. สัญญาณสำคัญที่สนับสนุนการตัดสินใจนี้คือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัวลง และรายงานอัตราเงินเฟ้อที่บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง.
Ms. Ellen Zentner หัวหน้านักยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของ Morgan Stanley Wealth Management กล่าวว่า “แม้ว่าการประชุมเดือนธันวาคมจะสำคัญ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนต่างหากคือปัจจัยที่กำหนดทิศทางนโยบาย”. ขณะเดียวกัน J.P. Morgan ก็ได้แสดงความเห็นว่า โอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ยังคงเป็น “การโยนเหรียญ” แต่ยอมรับว่าแนวโน้มโดยรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน.
CNBC: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก นักลงทุนคาดหวัง ‘Santa Rally’
ทางด้าน CNBC ให้ความสำคัญกับการตอบสนองของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรายงานว่า ดัชนีหลักทรัพย์สำคัญ เช่น S&P 500 และ Dow Jones ปิดตลาดด้วยการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนได้เริ่ม “ตั้งราคา” (Price In) การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดแล้ว. ความคาดหวังดังกล่าวได้จุดประกายความหวังของ “Santa Rally” หรือการที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี โดยมีแรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง.
นักวิเคราะห์จาก Interactive Brokers ชี้ให้เห็นว่า การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัทต่างๆ และกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ. อย่างไรก็ตาม พวกเขายังเตือนถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น หากประธานเฟด นายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ส่งสัญญาณที่ “เหยี่ยว” (Hawkish) หรือเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจทำให้ตลาดปรับฐานลงอย่างรวดเร็ว.
Reuters: ดอลลาร์อ่อนค่า ตลาดเอเชียจับตาผลกระทบต่อสกุลเงินและนโยบาย
Reuters รายงานถึงผลกระทบในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อตลาดเงินและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ซึ่งได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด. การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นผลดีต่อตลาดเกิดใหม่และประเทศที่ต้องชำระหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์
ในส่วนของตลาดเอเชียนั้น รายงานระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นมีความเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน (Mixed) โดยตลาดบางแห่งปรับตัวสูงขึ้นตามแรงหนุนจากวอลล์สตรีท ในขณะที่บางตลาดได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลางในภูมิภาคเอง. นอกจากนี้ การตัดสินใจของเฟดยังส่งผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ที่อาจถูกกดดันให้พิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมหรือมกราคม เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินเยน.
โดยสรุปแล้ว การประชุม FOMC ในสัปดาห์หน้าจึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 และจะเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีถัดไป



















