อัปเดตข่าวจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ย ชี้ ‘อดทน’ คือกุญแจสำคัญ
วอชิงตัน ดี.ซี. – สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลก ทั้ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้พร้อมใจกันรายงานผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee: FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ซึ่งมีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม โดยส่งสัญญาณถึงการใช้แนวทางที่ “อดทน” (patient) ในการพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในอนาคต
มติในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยคงช่วงเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ย Fed Funds Rate ไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% ซึ่งเป็นการหยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันมาสามครั้งในช่วงปลายปีที่แล้ว การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนถึงมุมมองของ Fed ที่ว่าแม้ภาวะเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ก็เริ่มมีสัญญาณของการชะลอตัวลงบ้างแล้ว ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ตลาดจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์
สิ่งที่ตลาดการเงินทั่วโลกให้ความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่ตัวมติการคงอัตราดอกเบี้ย แต่เป็นถ้อยแถลงหลังการประชุมของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งถูกถ่ายทอดและวิเคราะห์อย่างละเอียดโดยสำนักข่าวชั้นนำ นักลงทุนต่างเฝ้ารอเบาะแสเกี่ยวกับทิศทางและจังหวะเวลาของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดการณ์ที่สะท้อนผ่าน “Dot Plot” หรือแผนภาพจุดที่แสดงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการ FOMC
ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์
รายงานจาก CNBC ระบุว่า หลังจากการประกาศมติและถ้อยแถลงของนายพาวเวลล์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการเคลื่อนไหวแบบผันผวนในช่วงแรก ก่อนจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนี S&P 500 และ Dow Jones ต่างปรับตัวในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนตีความว่าสัญญาณ ‘อดทน’ ของ Fed ไม่ได้หมายถึงการปิดประตูการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ เพียงแต่ต้องการความมั่นใจในข้อมูลเศรษฐกิจมากขึ้น
ในส่วนของตลาดพันธบัตร ผลตอบแทนพันธบัตร (Treasury Yields) อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงเล็กน้อย สะท้อนถึงความคาดหวังที่ว่า Fed อาจจะไม่ได้คงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานเกินไป ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามปกติเมื่อธนาคารกลางส่งสัญญาณที่ค่อนข้าง “เหยี่ยว” (Hawkish) หรือเน้นการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ (อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ของ Bloomberg)
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเอเชีย
การตัดสินใจของ Fed ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตลาดสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเงินทุนในตลาดโลก รวมถึงตลาดเอเชียด้วย รายงานของ Reuters ชี้ว่า ค่าเงินบาทและสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่เปิดทำการในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนมองว่าความชัดเจนของ Fed ช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาดได้ระดับหนึ่ง และยังคงมีความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องว่า นับจากนี้ไป การตัดสินใจของ Fed จะขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Data-Dependent) อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินในไตรมาสถัดไป การจับตาการแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ Fed ระดับสูงและรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลกในช่วงเวลานี้ เพื่อประเมินว่า “ความอดทน” ของ Fed จะสิ้นสุดลงเมื่อใด และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะมาถึงในช่วงเวลาใดของปี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Bloomberg, CNBC, Reuters และบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำ (ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวและบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม FOMC ของ Fed)



















