อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดหุ้นผันผวน-เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย-สถานการณ์น้ำมันโลก
วันที่ 15 ธันวาคม 2568
รายงานข่าวเศรษฐกิจและการเงินโลกประจำสัปดาห์นี้จากสามสำนักข่าวชั้นนำ ได้แก่ Bloomberg, CNBC และ Reuters ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดหุ้นเทคโนโลยี, การคาดการณ์ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความไม่แน่นอนในตลาดน้ำมันดิบทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขายครั้งใหญ่: ความกังวลมูลค่า AI (Bloomberg & CNBC)
รายงานจาก Bloomberg และ CNBC
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้เผชิญกับแรงขายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้ดัชนีหลักหลุดจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์. รายงานข่าวระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินจริงของหุ้น AI ได้กลับมาสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา.
บริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI โดยราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 115,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4 ล้านล้านบาท). สาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนกังวลว่า Google กำลังเร่งรัดและเริ่มมีบทบาทในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์มากขึ้นเรื่อย ๆ.
นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่น ๆ ในยุโรปก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ และ Schneider Electric บริษัทด้านพลังงานดิจิทัล ก็มีราคาหุ้นลดลงเช่นกัน ท่ามกลางบรรยากาศความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาด. การเทขายครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงด้านมูลค่าของหุ้น AI อีกครั้ง หลังจากที่ราคาทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดปี.
การคาดการณ์นโยบาย Fed: ตลาดคาดลดดอกเบี้ย แต่ประธานเฟดยังสงวนท่าที (CNBC)
รายงานจาก CNBC
แม้ตลาดหุ้นจะเผชิญความผันผวน แต่ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดโดยรวม. CNBC รายงานว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Fed อาจจะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 Basis Points ในการประชุมเดือนธันวาคม 2568. หากมีการปรับลดจริง จะเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากที่ได้มีการลดไปแล้ว 0.25% ในเดือนตุลาคม.
แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการคาดการณ์นี้คือ ตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างคงที่ โดยข้อมูลล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2568 ชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ประมาณ 2.8% เมื่อเทียบปีต่อปี. อย่างไรก็ตาม นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ได้ออกมากล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนั้น “ยังห่างไกลจากการรับประกัน” เนื่องจากยังคงต้องพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออย่างรอบด้าน. การส่งสัญญาณที่ระมัดระวังนี้ทำให้ตลาดต้องจับตาการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของ Fed อย่างใกล้ชิดในช่วงปลายปี.
ตลาดน้ำมันดิบ: ความตึงเครียดเวเนซุเอลาถ่วงดุลอุปทานส่วนเกิน (Reuters)
รายงานจาก Reuters
ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบยังคงมีเสถียรภาพ แต่เผชิญกับแรงกดดันที่ขัดแย้งกัน รายงานจาก Reuters ระบุว่า ตลาดกำลังจับตามาตรการที่สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา. ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาลดลง ซึ่งจะช่วยชดเชยความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลก.
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ JPMorgan ได้ออกมาย้ำว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญกับอุปทานส่วนเกินที่คาดว่าจะขยายวงกว้างขึ้นไปจนถึงปี 2569 และ 2570. นอกจากนี้ รายงานจาก IEA ในเดือนธันวาคม 2568 ชี้ให้เห็นว่า อุปทานน้ำมันโดยรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 แม้ว่าจะไม่มีการยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ก็ตาม. ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ เนื่องจากแรงกดดันด้านการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่การผลิตสำคัญยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลกับปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานส่วนเกิน.
โดยสรุป ตลาดการเงินโลกในช่วงปลายปี 2568 ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตั้งแต่การประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีใหม่, การรอคอยสัญญาณที่ชัดเจนจาก Fed ไปจนถึงการจับตาความตึงเครียดด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งทุกปัจจัยล้วนเป็นความท้าทายที่นักลงทุนต้องเตรียมรับมือ.
อ้างอิง:


















