อัปเดตข่าวสาร: สรุปภาพรวมเศรษฐกิจโลกจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters
วันที่ 23 ธันวาคม 2568
(กรุงเทพฯ) – สื่อเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์ตลาดและเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2568 ที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความท้าทาย โดยภาพรวมชี้ให้เห็นถึงสัญญาณบวกจากการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อหลัก (Core Inflation) ควบคู่ไปกับความกังวลที่ยังคงมีอยู่จากความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เงินเฟ้อชะลอตัว-ตลาดคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
รายงานจาก Bloomberg และข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดชี้ให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ของสหรัฐฯ ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวน ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบห้าปี ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานที่ลดลงเหลือประมาณ 2.9% ถึง 3.2% ในช่วงปลายปี 2568 ได้สร้างความคาดหวังอย่างสูงให้กับตลาดการเงินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธันวาคม หรืออย่างช้าที่สุดคือเดือนมกราคม 2569
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันการเงินรายใหญ่ยังระบุว่า อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจกำลังเกิดขึ้นจริงและอาจเปิดทางให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อประคองการเติบโตในปีหน้าได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตามรายงานของ Bloomberg U.S. Dollar Index ได้ปรับตัวลดลงตลอดช่วงปี 2568
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: หุ้นเทคโนโลยีนำแรลลี่ส่งท้ายปี
ด้านตลาดหุ้นวอลล์สตรีท CNBC รายงานว่า แม้ตลาดจะเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก มีการเทขายครั้งใหญ่ และความไม่แน่นอนจากข่าวอัตราเงินเฟ้อในช่วงกลางปี แต่ตลาดก็ “กลับมาผงาด” (roaring back) อีกครั้งในช่วงท้ายปี โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ สัญญาณของสิ่งที่เรียกว่า “Santa Claus Rally” หรือการปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงเทศกาลวันหยุด ได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นักวิเคราะห์จาก CNBC ระบุว่า แม้จะมีข่าวสารที่ผสมผสานเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงกลางเดือนธันวาคม แต่ดัชนี S&P 500 ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายสัปดาห์ การที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน ทำให้หุ้นกลุ่มนี้เป็นแหล่งพักเงินที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองข้ามความเสี่ยงระยะสั้น
ความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน AI
ในขณะที่เศรษฐกิจมหภาคกำลังส่งสัญญาณผ่อนคลาย ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด รายงานจาก Reuters และการวิเคราะห์การค้าโลกระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นความท้าทายอันดับต้นๆ สำหรับธุรกิจทั่วโลกในปี 2568 และต่อเนื่องไปถึงปี 2569
รายงานของ Thomson Reuters ชี้ให้เห็นว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ายังคงต้องรับมือกับการหยุดชะงักของการค้าโลก (Global Trade Disruption) และความตึงเครียดที่เกิดจากมาตรการภาษีและข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI (AI Supply Chain) ถูกเน้นย้ำว่าเป็นประเด็นที่สร้างความปั่นป่วนและเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลก “จ่อวิกฤต” ในปี 2569 หากไม่ได้รับการแก้ไข
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและกระแสการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก (Reconfiguring Global Supply Chains) เนื่องจากการขึ้นภาษีและข้อจำกัดทางการค้า กลายเป็นความจำเป็นที่ธุรกิจต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
บทสรุปสำหรับนักลงทุนชาวไทย
โดยสรุป รายงานข่าวจาก Bloomberg, CNBC, และ Reuters ได้ส่งสัญญาณที่ผสมผสานแต่มีความหวังเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงส่งท้ายปี 2568 สัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้ออาจนำไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดทุนโดยรวม รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนและภาคธุรกิจยังคงต้องติดตามความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้าโลกและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน AI อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและการส่งออกของไทยในปี 2569
อ้างอิง:



















