อัปเดตข่าว: ตลาดโลกจับตา ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ยและผลประกอบการ ‘Nvidia’ จาก Bloomberg, CNBC, Reuters
รายงานข่าว ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2568
(กรุงเทพฯ) – ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงเคลื่อนไหวอย่างผสมผสาน โดยนักลงทุนยังคงแสดงความระมัดระวังและเฝ้าจับตาปัจจัยสำคัญสองประการที่รายงานโดยสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters นั่นคือ แนวโน้มการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) และการประกาศผลประกอบการของบริษัท Nvidia ผู้นำด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผลลัพธ์ของเหตุการณ์ทั้งสองนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทิศทางของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกในช่วงปลายปี
แรงกดดันต่อ ‘เฟด’: ความคาดหวังที่สูงลิ่วของการลดดอกเบี้ย
รายงานจากหลายแหล่งระบุว่า ความคาดหวังของตลาดต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ในการประชุมรอบสุดท้ายของปี ระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม 2568 ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เครื่องมือติดตามความน่าจะเป็น (CME FedWatch Tool) และการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า โอกาสที่ Fed จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนั้นพุ่งสูงถึงประมาณ 80% ถึง 87% ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นว่าภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ได้ชะลอตัวลงมากพอที่จะเปิดทางให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายทางการเงินได้ การคาดการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้ตลาดฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงเตือนให้ระมัดระวัง เนื่องจาก Fed ได้เคยส่งสัญญาณที่ระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอดีต ซึ่งทำให้ตลาดเกิดปฏิกิริยาที่ผันผวนทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการปรับลดการเดิมพันในการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ดังนั้น แม้ความน่าจะเป็นจะสูง แต่การตัดสินใจจริงของ Fed ยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนที่สุดที่กำหนดทิศทางการลงทุนในขณะนี้
‘Nvidia’ และคลื่น AI: ผลประกอบการที่ตลาดเฝ้ารอ
อีกหนึ่งจุดสนใจที่ดึงดูดความสนใจของ Wall Street และตลาดเทคโนโลยีทั่วโลกคือการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัท Nvidia (NVDA) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI ที่ผลงานของบริษัทมีอิทธิพลต่อตลาดเทคโนโลยีอย่างมาก เนื่องจากความต้องการชิปสำหรับการประมวลผล AI แบบ Generative (เช่น ChatGPT) ได้ทำให้รายได้ของ Nvidia เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าและกำไรเพิ่มขึ้นสี่เท่าตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 12 เท่าในช่วงที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Nvidia จะรายงานรายได้ที่สูงลิ่ว เช่น ประมาณ 54.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 1.23 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตลาดกำลังจับตาดูว่ายักษ์ใหญ่ด้านชิป AI รายนี้จะสามารถทำผลงานได้ “เกินความคาดหมายของ Wall Street” อีกครั้งหรือไม่ หากผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ราคาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม Nasdaq 100 พุ่งสูงขึ้นต่อไป แต่หากมีสัญญาณใด ๆ ที่แสดงถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ AI ก็อาจส่งผลให้เกิดการเทขายในภาคเทคโนโลยีได้
ภาพรวมตลาดโลก: ท่ามกลางการรอคอย
ท่ามกลางการเฝ้ารอผลการตัดสินใจของ Fed และรายงานผลประกอบการของ Nvidia ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียและยุโรปแสดงผลการดำเนินงานที่ผสมผสานกัน โดยตลาดบางแห่งปรับตัวลดลงในช่วงต้น ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yields) และราคา Bitcoin ได้แสดงสัญญาณของการทรงตัว ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังรอดูทิศทางที่ชัดเจนจากสหรัฐฯ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว
โดยสรุป ทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2568 นี้จะถูกกำหนดโดยการประชุมของ Fed ในสัปดาห์หน้าและการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนในตลาดโลกที่ยังคงมีความผันผวนสูงนี้
News update from Bloomberg, CNBC, Reuters



















