อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed

0
89






อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed


อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกพุ่งรับสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed

เผยแพร่: 2 ธันวาคม 2568 | แหล่งข่าว: Bloomberg, CNBC, Reuters

วอชิงตัน ดี.ซี. – ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้กลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยรายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างรายงานตรงกันถึงปฏิกิริยาเชิงบวกในตลาดการเงินทั่วโลก ภายหลังการประกาศนโยบายการเงินของ Fed เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการผ่อนคลายทางการเงินในอนาคต

Fed ส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ย” สร้างความประหลาดใจแก่ตลาด

รายงานข่าวระบุว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ได้สร้างความประหลาดใจในเชิงบวกให้กับตลาด แม้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจมีเพียงเล็กน้อย หรือเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ถ้อยแถลงของประธาน Fed กลับมีน้ำเสียงที่ “เป็นไปในทิศทางผ่อนคลาย” (Dovish) อย่างชัดเจน โดยมีการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประเมินภาวะตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอลง และอัตราเงินเฟ้อที่ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง การส่งสัญญาณเช่นนี้ได้จุดประกายความหวังให้กับนักลงทุนทั่วโลก ว่า Fed อาจเดินหน้าเข้าสู่รอบการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า หากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงเป็นไปตามแนวโน้มปัจจุบัน

นักวิเคราะห์ชี้: ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า Fed จะยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งแรง ดัชนีหลักตอบรับเชิงบวก

ผลตอบรับต่อข่าวนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงในตลาดการเงินทั่วโลก CNBC รายงานว่า ดัชนีหลักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท (Wall Street) ไม่ว่าจะเป็น Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทันทีหลังการประกาศ โดยดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีมีการฟื้นตัวที่โดดเด่นที่สุด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มมูลค่าในอนาคตของบริษัทเหล่านี้

ในฝั่งเอเชีย ตลาดหุ้นสำคัญหลายแห่งก็ตอบรับในทิศทางเดียวกัน นักลงทุนมองว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาค ทำให้มีเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มากขึ้น สำนักข่าว Reuters รายงานถึงความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yields) ได้ปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงในระยะยาว

ผลกระทบต่อตลาดทุนไทย: SET Index รับอานิสงส์

สำหรับประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของ Fed ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุดต่อการลงทุนในประเทศ นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินในไทยระบุว่า การที่นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มดอกเบี้ยที่ผ่อนคลาย จะส่งผลให้กระแสเงินทุน (Fund Flow) มีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) มากขึ้น

Bloomberg ชี้ว่า การลดลงของความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลก ประกอบกับการคลี่คลายของความตึงเครียดทางการค้าบางส่วน (Trade Truce) ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้ช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และกลุ่มที่อิงกับการส่งออกของไทย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยภายในประเทศ เช่น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเงินให้ความเห็นผ่าน CNBC ว่า แม้ตลาดจะตอบรับอย่างคึกคัก แต่ความผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) และความไม่แน่นอนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงอยู่ การตัดสินใจของ Fed ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่เป็นหลัก ดังนั้น การติดตามรายงานข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญสูงสุดสำหรับนักลงทุนในขณะนี้

อ้างอิงข้อมูลจาก: Bloomberg, CNBC, Reuters (รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญ เช่น การตัดสินใจของ Fed และปฏิกิริยาของตลาดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568)