อัพเดทข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: นโยบายดอกเบี้ยโลก, ราคาทองคำทำสถิติ, และความผันผวนของตลาดน้ำมัน
วันที่ 23 ธันวาคม 2568
สำนักข่าวการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters รายงานตรงกันถึงสถานการณ์ล่าสุดในตลาดการเงินโลก โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การคาดการณ์นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด, ราคาทองคำที่พุ่งทำสถิติใหม่, และความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดน้ำมันดิบโลก
เฟดส่งสัญญาณ “คง” ดอกเบี้ยสูง แม้ตลาดคาดการณ์การปรับลด
รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำชี้ให้เห็นว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอตัวลง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงส่งสัญญาณอย่างแข็งกร้าว (Hawkish Tone) ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง. นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed และคณะกรรมการ FOMC ส่วนใหญ่ยังคงเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป.
อย่างไรก็ตาม ตลาดตราสารหนี้ (Treasury Market) และตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกลับมีความเชื่อมั่นที่แตกต่างออกไป โดยนักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า Fed อาจเริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีหลักของสหรัฐฯ อาทิ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย. ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ มีการปรับตัวลงเล็กน้อย สะท้อนถึงการคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต.
ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ในส่วนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ราคาทองคำยังคงสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (Record High) อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากสองส่วน:
- การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์: แม้ Fed จะยังคงดอกเบี้ยสูง แต่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ท่ามกลางความเชื่อมั่นว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน (Non-Yielding Asset) มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อพิพาททางการค้าโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe-Haven Assets) ส่งผลให้ความต้องการทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ราคาทองคำที่พุ่งทะยานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งมองทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์.
ตลาดน้ำมันดิบเผชิญแรงกดดันด้านอุปทานและอุปสงค์
ตลาดน้ำมันดิบยังคงมีความผันผวนสูง โดยรายงานจาก Reuters และ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ท่ามกลางแรงกดดันที่ขัดแย้งกัน. ในด้านหนึ่ง ความกังวลด้านอุปสงค์จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในบางประเทศยังคงเป็นปัจจัยฉุดราคา. แต่อีกด้านหนึ่ง ปัญหาด้านอุปทานที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการขัดขวางการขนส่งทางทะเล และความพยายามของสหรัฐฯ ในการควบคุมการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด ได้สร้างความกังวลว่าปริมาณน้ำมันในตลาดอาจตึงตัวขึ้น. นอกจากนี้ การตัดสินใจล่าสุดของกลุ่ม OPEC+ ในการคงมาตรการลดกำลังการผลิต ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ร่วงลงอย่างรุนแรง.
ตลาดเอเชียตอบรับเชิงบวก
สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก ดัชนีหลักส่วนใหญ่มีการปรับตัวในทิศทางบวกตามตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นและดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงเช้า. ส่วนตลาดหุ้นไทย (SET Index) ก็ได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความผันผวนจากนโยบาย Fed และราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปี.
(เรียบเรียงจากรายงานข่าวและบทวิเคราะห์ของ Bloomberg, CNBC, และ Reuters)


















