อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: วิกฤตสินทรัพย์คู่ขนาน ทองคำและ Bitcoin ดิ่งเหว ตลาดโลกผวา “ภาวะหนีความเสี่ยง”

0
62






อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: วิกฤตสินทรัพย์คู่ขนาน ทองคำและ Bitcoin ดิ่งเหว ตลาดโลกผวา “ภาวะหนีความเสี่ยง”


อัปเดตข่าวสารจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: วิกฤตสินทรัพย์คู่ขนาน ทองคำและ Bitcoin ดิ่งเหว ตลาดโลกผวา “ภาวะหนีความเสี่ยง”

ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญกับภาวะผันผวนครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ เมื่อราคาทองคำและสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin ต่างประสบกับภาวะ “ดิ่งเหว” อย่างรุนแรงพร้อมกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการเข้าสู่ “ภาวะหนีความเสี่ยง” (Risk-off Sentiment) ของนักลงทุนทั่วโลก รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ต่างจับตาเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่นำไปสู่การเทขายครั้งประวัติศาสตร์นี้

ทองคำเจอ “Rout” ครั้งใหญ่ หลังขึ้นทำสถิติ

ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่เคยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนหน้านี้ ต้องเผชิญกับภาวะเทขายครั้งใหญ่ หรือที่ Bloomberg เรียกว่า “Gold Rout” โดยมีการดิ่งลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ในช่วงเช้าของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาทองคำได้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะมีการดีดตัวกลับมาเล็กน้อย ขณะที่ Reuters รายงานว่า ราคาทองคำปิดที่ 4,789.83 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ลดลง 1.99% จากวันก่อนหน้า

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การร่วงลงครั้งนี้เป็นผลมาจากการ “คลายการซื้อขายที่แออัด” (unwind of crowded rally trades) และความกังวลต่อสัญญาณนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้น หลังมีการเสนอชื่อบุคคลสำคัญเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการพิจารณาถึงความเสี่ยงในตลาดอีกครั้ง แม้จะมีแรงเทขาย แต่ J.P. Morgan ซึ่งอ้างอิงโดย Reuters ยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งไปถึง 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ภายในสิ้นปี 2569 จากความต้องการของธนาคารกลางและนักลงทุนที่ยังคงมีอยู่

Bitcoin ดิ่งต่ำกว่า $75,000 สัญญาณความเสี่ยงสูง

ในตลาดสกุลเงินดิจิทัล Bitcoin ก็ประสบกับภาวะราคาตกต่ำอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยได้ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว โดยก่อนหน้านี้ราคาได้ลดลงจาก 88,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนมาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 77,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ รายงานระบุว่า Bitcoin ได้ปรับตัวลดลงมากกว่า 35% นับตั้งแต่การดิ่งครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคม

การเทขายครั้งนี้สอดคล้องกับรายงานที่ระบุถึงการไหลออกของกองทุน ETF (Exchange Traded Fund) และความกังวลเกี่ยวกับนโยบายของ Fed ซึ่งผลักดันให้เบี้ยประกันความเสี่ยงของคริปโตสูงขึ้น CNBC และ Charles Schwab ชี้ให้เห็นว่า ความผันผวนในตลาดโลหะมีค่าและคริปโตได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่านักลงทุนกำลังอยู่ใน “ภาวะหนีความเสี่ยง”

ตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดสัปดาห์ในแดนลบ

ผลกระทบจากความผันผวนของสินทรัพย์หลักเหล่านี้ได้ลามไปถึงตลาดหุ้นทั่วโลก CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปเปิดสัปดาห์ในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็เผชิญกับแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ติดต่อกันเป็นวันที่สามในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้า (30 มกราคม 2569) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงในพอร์ตโฟลิโอ

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักเห็นตรงกันว่า การที่ทั้งทองคำและ Bitcoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มักจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างกัน ดิ่งลงพร้อมกันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนในวงกว้าง โดยปัจจัยด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนทิศทางของตลาดการเงินโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้

อ้างอิงข้อมูลจาก: Bloomberg, CNBC, Reuters และการวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างๆ