ข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

0
34






ข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters


ข่าวเด่นรอบโลก: อัปเดตจาก Bloomberg, CNBC และ Reuters

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักข่าวเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำของโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้เผยแพร่รายงานสำคัญหลายฉบับในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีประเด็นหลักที่น่าจับตาได้แก่ การคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก, แนวโน้มราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับทรงตัวจากอุปทานที่เกินดุล, และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลไทยเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก.

1. ตลาดการเงินโลก: เฟดคงดอกเบี้ย-หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ พุ่ง (Bloomberg & CNBC)

รายงานจาก CNBC และ Bloomberg ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5% ถึง 3.75% ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับความคาดการณ์ของตลาด. การคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของ Fed ต่อการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อที่กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นการหยุดพักการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้า.

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า การที่ Fed ส่งสัญญาณถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ ได้สร้างแรงผลักดันเชิงบวกให้กับตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ. การคาดการณ์แนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะลดลงจาก 3.8% ในช่วงต้นปี 2569 ไปสู่ระดับ 3.3% เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง. ตลาดหุ้นจึงตอบรับด้วยการปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางกระแสความเฟื่องฟูของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง.

2. รายงานราคาน้ำมัน: อุปทานโลกเกินดุล-ราคาเบรนท์ทรงตัว (Reuters)

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานล่าสุดเกี่ยวกับตลาดน้ำมันดิบทั่วโลก โดยระบุว่าแนวโน้มราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัวและมีทิศทางลดลงเล็กน้อย. รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) คาดการณ์ว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 56 ถึง 61 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลตลอดปี 2569.

สาเหตุหลักของราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำและมีเสถียรภาพ มาจากอุปทานน้ำมันที่แข็งแกร่งจากกลุ่ม OPEC+ ซึ่งทำให้ตลาดโลกอยู่ในภาวะอุปทานเกินดุลตลอดทั้งปี 2569. แม้ว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะเติบโตขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 930,000 บาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับสู่สภาวะปกติหลังจากการชะลอตัวในปีที่ผ่านมา แต่การผลิตที่เพิ่มขึ้นก็ยังคงมีมากกว่าความต้องการ. แนวโน้มนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย เนื่องจากช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ.

3. ข่าวเศรษฐกิจไทย: ครม. อนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท (CNBC Asia)

ในส่วนของข่าวเศรษฐกิจภูมิภาค CNBC Asia และสื่อท้องถิ่นได้รายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของไทยได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 รวมทั้งสิ้น 3.78 ล้านล้านบาท. พร้อมกันนี้ ยังได้มีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมมูลค่ารวมกว่า 1.57 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล.

มาตรการดังกล่าวประกอบด้วยโครงการริเริ่มหลายอย่าง โดยมีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน การส่งเสริมการลงทุน และการให้ความช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ของประเทศ ด้วยการออกมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง. การดำเนินการนี้มีขึ้นเนื่องจากปี 2569 ถูกมองว่าเป็นปีแห่งความท้าทายที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนและนโยบายการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง. นักวิเคราะห์คาดว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการบริโภคโดยรวมและผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้.

โดยสรุป ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงต้นปี 2569 มีสัญญาณบวกจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ Fed และเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ที่กำลังใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและรับมือกับความผันผวนของตลาดโลก.