อัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: ตลาดโลกผันผวนหนัก, ทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก, อินเดียผงาดศูนย์กลาง AI และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
กรุงเทพฯ – สถานการณ์ข่าวสารทั่วโลกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและปัจจัยที่น่าจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานของสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ที่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหลายมิติ ตั้งแต่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปจนถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอินเดีย และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
นโยบายภาษี “ทรัมป์” เขย่าตลาดโลกอีกครั้ง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสิน
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในสัปดาห์นี้คือคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ได้สั่งยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) บางส่วนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกำหนดไว้ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) คำตัดสินดังกล่าวส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่ได้ลงนามหรืออยู่ระหว่างการพิจารณากับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศผ่าน Truth Social ว่าในฐานะประธานาธิบดี เขาจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% โดยมีผลบังคับใช้ทันที และยังเตือนว่าอาจมีการออกมาตรการภาษีเพิ่มเติมอีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การประกาศดังกล่าวสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics ประเมินว่า แม้ทรัมป์จะประกาศขึ้นภาษีเป็น 15% แต่ในทางปฏิบัติ อัตราภาษีเฉลี่ยที่แท้จริงจะอยู่ที่ประมาณ 12% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มใช้มาตรการภาษีในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประเทศที่เคยได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาษีของทรัมป์อย่างจีน อินเดีย และบราซิล อาจกลับกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการที่อัตราภาษีเฉลี่ยลดลง ในทางกลับกัน ประเทศที่เคยมีข้อตกลงภาษีตอบโต้ เช่น สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย อาจเสียเปรียบจากมาตรการภาษีแบบเหมารวมนี้ นอกจากนี้ ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วหลายแสนล้านดอลลาร์ให้กับผู้นำเข้า แม้กระบวนการจะยังไม่ชัดเจนและอาจมีความยุ่งยาก
ตลาดการเงินผันผวน จับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed และผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง
ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง โดยมีปัจจัยหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 ลง โดยปัจจุบันคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% เท่านั้น ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังของตลาดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มุมมองที่ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น (Higher for Longer) ได้สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงราคาทองคำและสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ที่ดิ่งลงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน และลดลงอย่างต่อเนื่องหลุดระดับ 65,000 ดอลลาร์ หลังจากที่ทรัมป์ประกาศแผนขึ้นภาษีโลก นักวิเคราะห์จาก CNBC ชี้ว่า การปรับฐานครั้งนี้เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค และการที่นักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่อีกครั้ง
อินเดียผงาดสู่ศูนย์กลาง AI โลกด้วยเงินลงทุนมหาศาล
ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง อินเดียกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกต่างให้คำมั่นว่าจะอัดฉีดเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอินเดีย กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดยักษ์ (hyperscalers) เช่น Amazon, Microsoft, Meta และ Alphabet คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวมด้าน AI สูงถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้เพียงปีเดียว นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีของอินเดียเองก็มีการลงทุนขนาดใหญ่เช่นกัน โดย Reliance Industries เตรียมลงทุน 110,000 ล้านดอลลาร์ในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ Adani Group วางแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า Microsoft ยังประกาศเป้าหมายลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์ใน AI ในกลุ่มประเทศ Global South ภายในสิ้นทศวรรษนี้ และ OpenAI กับ AMD ก็ได้จับมือกับ Tata Group เพื่อพัฒนาศักยภาพ AI ในอินเดีย
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และแผนช่วยเหลือระหว่างประเทศ
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณาการโจมตีทางทหารแบบจำกัดวงต่ออิหร่าน และได้ขีดเส้นตาย 15 วันสำหรับการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ในขณะเดียวกัน มีรายงานการประท้วงของนักศึกษาต่อต้านรัฐบาลอิหร่านระลอกใหม่ที่นำไปสู่การปะทะกัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานได้เปิดเผยว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งอาจเป็นช่องทางในการคลี่คลายสถานการณ์
ในข่าวอื่น ๆ ที่สำคัญ World Bank ได้ตั้งเป้าที่จะจัดหาเงินทุนสนับสนุนโมซัมบิกจำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงห้าปีข้างหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ผ่อนปรน แม้ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะเตือนถึงภาวะหนี้สินที่ย่ำแย่ลงของประเทศในแอฟริกาใต้แห่งนี้ก็ตาม
โดยสรุปแล้ว สถานการณ์โลกในปัจจุบันยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลก.

















