News update from Bloomberg, CNBC, Reuters

0
103

สรุปข่าวเด่นจาก Bloomberg, CNBC, Reuters: เศรษฐกิจโลกผันผวนรับมือ AI และกำแพงภาษีใหม่สหรัฐฯ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับปัจจัยหลายด้าน ทั้งความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงของสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสำคัญ ซึ่ง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานประเด็นสำคัญเหล่านี้อย่างใกล้ชิด.

เศรษฐกิจโลกและการค้า: กำแพงภาษีใหม่สร้างความไม่แน่นอน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 3.3% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็น 15% ทั่วโลก หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินให้ยกเลิกโครงการภาษีชุดเดิม แม้ว่าตลาดส่วนใหญ่จะมองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียง “สัญญาณรบกวน” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ แต่อัตราภาษีที่แท้จริงทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 13-15% และนักวิเคราะห์เตือนถึงความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ทรัมป์อาจหาวิธีใช้มาตรการภาษีอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคำตัดสินของศาล

ผลกระทบจากนโยบายภาษีใหม่นี้แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ สำหรับบางประเทศ เช่น จีนและบราซิล อัตราภาษีพื้นฐาน 15% ที่ประกาศใหม่นี้กลับต่ำกว่าภาษีที่เคยเผชิญมา แต่สำหรับประเทศที่เคยทำข้อตกลงทวิภาคีกับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีชุดเดิม เช่น สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ข้อตกลงเหล่านั้นอาจตกอยู่ภายใต้คำถาม ในขณะที่ประเทศผู้ส่งออกในเอเชีย รวมถึงไทย กำลังจับตาผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยอาจมีการเร่งส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ หลังจากการประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์

ปัญญาประดิษฐ์ (AI): ตัวขับเคลื่อนและผู้เปลี่ยนแปลง

ปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ IMF คาดการณ์ว่าการลงทุนใน AI จะช่วยหนุนการเติบโตของ GDP โลกได้ถึง 0.3% ในปี 2569 การใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 โดยมีการลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐาน AI ธนาคารยูโอบีประเทศไทยมองว่า AI กำลังก้าวจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ

อย่างไรก็ตาม การมาถึงของ AI ก็สร้างความกังวลในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยมีรายงานว่า AI อาจเข้ามาแทนที่งานในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ เช่น นักกฎหมาย นักบัญชี และที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การลดความต้องการพื้นที่สำนักงานในอนาคต ในด้านเทคโนโลยี บริษัท OpenAI ได้ปรับลดประมาณการการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานลงเหลือประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ยังคงตั้งเป้ารายได้รวมกว่า 2.8 แสนล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน และกำลังดำเนินการระดมทุนรอบใหม่กว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ความต้องการชิป AI ประสิทธิภาพสูงยังคงแข็งแกร่ง โดย Samsung และ SK Hynix คาดว่าจะปรับขึ้นราคาชิป HBM4 ถึง 20-30% เพื่อรองรับอุปสงค์จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia

อินเดียกำลังเร่งผลักดันตัวเองให้เป็นศูนย์กลาง AI ของกลุ่มประเทศ Global South โดยตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมไอทีของประเทศมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ขณะที่ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ก็ได้เปิดตัวโครงการ “Tech Corps” เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไปช่วยประเทศพันธมิตรนำ AI ของสหรัฐฯ ไปใช้งานจริง

นโยบายการเงินและเงินเฟ้อ: ธนาคารกลางยังคงระมัดระวัง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงไม่รีบร้อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลง แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากการบริโภค การลงทุน และการเติบโตในภาคเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังคงมีความเปราะบาง นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่จากนโยบายภาษีและแรงกดดันด้านต้นทุน โดยเฉพาะในภาคสินค้า

สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรอดูผลการส่งผ่านนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยคาดการณ์ว่าทั่วโลกจะมีอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 10.3% ในปี 2569 และของไทยอยู่ที่ 10.8% ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาก ในส่วนของจีน อัตราเงินเฟ้อในเดือนมกราคม 2569 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 0.2% เมื่อเทียบปีต่อปี และดัชนีราคาผู้ผลิตหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 40 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืดในประเทศ

ภาพรวมตลาดทุน: ผสมผสานและผันผวน

ตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงท่าทีที่ผสมผสานกัน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีทั้งช่วงที่ปรับตัวลดลง (เช่น ดาวโจนส์ในวันที่ 19 ก.พ.) และปรับตัวเพิ่มขึ้น (เช่น S&P500 และ Nasdaq ในวันที่ 18 ก.พ. โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี) ตลาดหุ้นยุโรปก็เช่นกัน โดยปิดลดลงในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แต่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ในขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีข่าวเรื่องภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ราคาทองคำค่อนข้างทรงตัวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ แต่เคยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ก่อนที่จะลดลงเล็กน้อยในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จากความกังวลเรื่องภาษีของสหรัฐฯ สำหรับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี Bitcoin ปรับตัวลดลงกว่า 5% ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง

โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ในขณะที่นโยบายการค้าและทิศทางอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.