สรุปข่าวเศรษฐกิจโลกประจำสัปดาห์: ภาษีสหรัฐฯ-ทิศทางดอกเบี้ย-เทคโนโลยี AI เขย่าตลาด
กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2569 – สื่อเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Bloomberg, CNBC และ Reuters ได้รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตาได้แก่ นโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ และกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด
ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีการค้าสหรัฐฯ
ประเด็นร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้คือความสับสนเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้. อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วยการประกาศใช้ภาษีนำเข้าใหม่ในอัตราร้อยละ 10 และปรับเพิ่มเป็นร้อยละ 15 สำหรับสินค้าจากทั่วโลก โดยใช้กฎหมายมาตรา 122 แทน. การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากในภูมิทัศน์การค้าโลก แม้ว่าบางฝ่ายมองว่าตลาดส่วนใหญ่ยังคงรับมือได้ โดยถือเป็นการปรับเปลี่ยนขั้นตอนมากกว่าการพลิกนโยบายครั้งใหญ่. ประเทศที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้ ได้แก่ สหราชอาณาจักร อิตาลี และสิงคโปร์.
ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงกดดัน แต่เอเชียยังสดใส
ตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมแสดงท่าทีลังเลจากความไม่แน่นอนด้านภาษีของสหรัฐฯ แต่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง. ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งดัชนี S&P 500, Nasdaq และ Dow Futures เปิดตลาดในวันจันทร์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากความกังวลเรื่องภาษี. อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัวมีการฟื้นตัวในช่วงก่อนหน้า. การประกาศผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อดัชนี S&P 500 สูงถึงร้อยละ 8 กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนอย่างใกล้ชิด. สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น มีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 10 และนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง.
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกและเงินเฟ้อที่แตกต่างกัน
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง โดยรายงานการประชุมล่าสุดสะท้อนว่า Fed ยังไม่รีบร้อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลง แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 2. ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ในเดือนธันวาคม 2568 พบว่า Headline PCE เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 และ Core PCE เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้. ผู้ว่าการ Fed บางรายได้ปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในปี 2025 ลง เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าคาด. ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย ยุโรป และญี่ปุ่น กลับมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งบ่งชี้ถึงนโยบายการเงินที่กำลังแยกทิศทางกัน. ในส่วนของประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมกราคม 2569 ติดลบร้อยละ 0.66 ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10.
AI และเทคโนโลยีขับเคลื่อนนวัตกรรมและตลาด
กระแสของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อหลายภาคส่วน หุ้นกลุ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปิดตัวเครื่องมือ AI ใหม่ที่สามารถสแกนและแก้ไขช่องโหว่โค้ดได้อัตโนมัติ. Google กำลังขยายตลาดชิป AI ของตนผ่านหลายช่องทาง. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนกำลังแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดด. นอกจากนี้ Samsung และ SK Hynix คาดว่าจะปรับขึ้นราคาชิป HBM4 ถึงร้อยละ 20-30 เพื่อตอบสนองความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงขึ้นจาก Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่. แม้แต่ Bloomberg เองก็ยังได้ผนวกเทคโนโลยี “Agentic AI” เข้ามาในแพลตฟอร์ม Terminal เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน.
ราคาน้ำมันและเศรษฐกิจไทย
ราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากความคาดหวังในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน. อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI สำหรับไตรมาส 4 ปี 2569 ขึ้นเป็น 60 และ 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ. สำหรับเศรษฐกิจไทย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็นร้อยละ 1.8 (จากเดิม 1.5%) โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI และเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลก. ในทางกลับกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยในปี 2569 เหลือเพียงร้อยละ 1.6 โดยอ้างถึงแรงกดดันจากภายนอกและความต้องการในประเทศที่ยังจำกัด. นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของไทยคาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 10.3 ในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ.
โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ด้วยนโยบายการค้าที่คาดเดายาก การดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกันของธนาคารกลางหลัก และการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของเทคโนโลยี AI ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด.



















